IT General
น้องๆ เคยเจอไหม เขียนโค้ดอยู่ดีๆ ก็ตัน คิดไม่ออกว่าจะไปยังไงต่อ? หรือบางทีก็ต้องเสียเวลาไปค้น Google Stack Overflow หา snippet โค้ดที่เคยใช้แล้ว Github Copilot นี่แหละ ตัวช่วยที่เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้
Copilot มันคือ AI pair programmer ที่จะช่วยเราเขียนโค้ดให้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe.net (ตั้งแต่ปี 97 นะ!) ถ้ามี AI แบบนี้ คงไม่ต้องจ้างเด็กเฝ้าร้านเยอะขนาดนั้น (ฮา) เพราะมันช่วยลดเวลาที่เราต้องใช้ในการเขียนโค้ดไปได้เยอะมาก
ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ลองคิดดูว่า ถ้าเราเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น เราก็จะมีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญกว่า เช่น การออกแบบระบบ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หรือแม้แต่การพักผ่อนให้เพียงพอ (อันนี้สำคัญมากนะ!) Copilot มันเหมือนมีเพื่อนร่วมงานที่เก่งกาจ คอยช่วยเราตลอดเวลา
Copilot มันไม่ได้แค่ autocomplete ธรรมดาๆ นะ แต่มันเข้าใจ context ของโค้ดที่เรากำลังเขียนอยู่ แล้วก็แนะนำโค้ดที่เหมาะสมให้ สมัยก่อนตอนผมเขียน Perl นี่ ต้องนั่งพิมพ์เองทุกตัวอักษร คิดดูสิว่า ถ้ามี Copilot ชีวิตจะง่ายขึ้นขนาดไหน!
Copilot มัน integrate เข้ากับ IDE (Integrated Development Environment) ยอดนิยมได้หมด ไม่ว่าจะเป็น VS Code, JetBrains, หรือ Neovim ทำให้เราใช้งานได้สะดวกมากๆ ไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา
// ตัวอย่างการใช้งานใน VS Code
// พิมพ์ comment อธิบายว่าต้องการอะไร
// Copilot จะ generate โค้ดให้เอง
// ลองดูนะ มันว้าวมาก!
function calculateSum(a, b) {
// This function calculates the sum of two numbers
Copilot มันเรียนรู้จาก codebase ขนาดใหญ่บน GitHub ทำให้มันมีความรู้เกี่ยวกับภาษาโปรแกรมต่างๆ และ framework เยอะมาก ยิ่งเราใช้มันบ่อย มันก็จะยิ่งเก่งขึ้น เพราะมันจะเรียนรู้จากสไตล์การเขียนโค้ดของเราด้วย
เริ่มต้นง่ายมากๆ แค่สมัครสมาชิก Github Copilot แล้วก็ติดตั้ง extension ใน IDE ที่เราใช้ เท่านี้เอง! สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ ต้องลงโปรแกรมเองทุกเครื่อง คิดดูว่าถ้าต้องลง Copilot ให้ลูกค้าทุกคน คงเหนื่อยน่าดู (แต่คุ้มนะ ถ้าลูกค้าเขียนโค้ดได้ดีขึ้น)
Copilot มันเก่งก็จริง แต่เราก็ต้องช่วยมันบ้าง โดยการเขียน comment อธิบายว่าเราต้องการอะไร ตัวอย่างเช่น
// Function to fetch data from API
// and display it in a table
function fetchDataAndDisplay() {
// ...
}
ยิ่ง comment เราละเอียด Copilot ก็จะยิ่ง generate โค้ดได้ตรงตามที่เราต้องการมากขึ้น
Copilot มันจะเสนอ suggestions มาให้เราเรื่อยๆ เราสามารถเลือกที่จะ accept (กด Tab), reject (กด Esc), หรือ modify (แก้ไข) suggestions เหล่านั้นได้ตามใจชอบ
// Copilot suggestion:
// const response = await fetch('https://api.example.com/data');
// const data = await response.json();
// เราสามารถแก้ไข suggestion นี้ได้
const response = await fetch('/api/data'); // เปลี่ยน URL
const data = await response.json();
Copilot ไม่ได้มีตัวเดียวในตลาดนะ ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก เช่น Tabnine, Kite, หรือแม้แต่ autocomplete ที่มาพร้อมกับ IDE แต่ละตัว แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป
Tabnine เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Copilot เพราะมันก็ใช้ AI ในการ generate โค้ดเหมือนกัน แต่ Copilot มันได้เปรียบตรงที่มัน integrate กับ Github ได้อย่าง seamless และมันเรียนรู้จาก codebase ขนาดใหญ่บน GitHub ได้ดีกว่า
Kite เน้นไปที่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับ documentation และ code examples มากกว่าการ generate โค้ด ส่วน autocomplete ทั่วไปก็ไม่ได้ฉลาดเท่า AI-powered code completion
| Feature | Github Copilot | Tabnine | Kite |
|---|---|---|---|
| AI-Powered Code Completion | Strong | Strong | Limited |
| Integration with IDEs | Good | Good | Good |
| Learning from Codebase | Excellent | Good | Limited |
| Documentation & Examples | Moderate | Moderate | Strong |
| Price | Subscription | Free/Subscription | Free/Subscription |
สรุปแล้ว Copilot มันคุ้มค่าที่จะลองใช้ไหม? ผมว่าคุ้มนะ ถ้าเราเป็นคนที่เขียนโค้ดบ่อยๆ แล้วอยากจะประหยัดเวลาและเพิ่ม productivity แต่ถ้าเราเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเขียนโค้ด อาจจะต้องระวังหน่อย เพราะ Copilot มันอาจจะ generate โค้ดที่ไม่ถูกต้อง หรือโค้ดที่เราไม่เข้าใจได้
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่อง IT น่าสนใจอีกเยอะเลย
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนสำคัญแล้ว ผมจะเล่าจากประสบการณ์ตรงเลย สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย มีอะไรที่ต้องจัดการเยอะแยะไปหมด การใช้ Github Copilot ก็เหมือนมีลูกมือดีๆ ที่ช่วยให้เราทำงานได้ไวขึ้นเยอะมากๆ
แต่ไม่ใช่ว่าใช้ปุ๊บเก่งปั๊บนะ มันต้องมีเทคนิคกันหน่อย ผมว่ามันเหมือนการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ะ ต้องฝึก ต้องสอนมันถึงจะฉลาด (หัวเราะ) มาดูกันว่าผมมีอะไรมาแชร์บ้าง
Copilot มันฉลาดนะ แต่ไม่ใช่หมอดู มันอ่านใจเราไม่ได้ สิ่งสำคัญคือต้องบอกมันให้ละเอียดว่าเราต้องการอะไร ผมชอบเปรียบเทียบว่าเหมือนสั่งกาแฟอ่ะ "เอสเพรสโซ่เย็น หวานน้อย" มันก็จะได้ตามที่เราต้องการ
ลองดูตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราอยากให้มันสร้าง function บวกเลขสองตัว ก็บอกไปเลยว่า "Create a function in Python that adds two numbers" มันก็จะ generate code มาให้เราเลย
def add_numbers(x, y):
return x + y
Comment คือเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ไม่ใช่แค่กับเพื่อนร่วมงานนะ แต่กับ Copilot ด้วย! การเขียน comment อธิบายว่า code ส่วนนี้ทำอะไร จะช่วยให้ Copilot เข้าใจบริบทมากขึ้น และ generate code ที่ตรงกับความต้องการเรามากขึ้น
สมัยผมเขียนโปรแกรมแรกๆ อาจารย์สอนตลอดว่า "Comment is king!" ตอนนั้นไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่พอมาเจอ Copilot นี่ถึงบางอ้อเลย
อย่ามองข้าม code ที่ Copilot สร้างขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ถูกต้อง 100% ในครั้งแรก แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียนรู้ เราสามารถศึกษา code ที่มัน generate มา ปรับปรุงแก้ไขให้ตรงกับความต้องการของเราได้
คิดซะว่ามันเป็นรุ่นน้องที่มาฝึกงานกับเรา เราต้องสอนงานให้มัน และเราเองก็ได้เรียนรู้จากมันไปด้วย
Copilot Chat คืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผมว่าเจ๋งมาก มันเหมือนมีเพื่อนคู่คิดที่เราสามารถถามคำถามต่างๆ เกี่ยวกับ code ของเราได้
เคยเจอเคสที่ผมงงกับ regular expression ตัวนึง ผมก็ถาม Copilot Chat เลยว่า "What does this regex do? `^[a-zA-Z0-9._%+-]+@[a-zA-Z0-9.-]+\.[a-zA-Z]{2,}$`" มันก็อธิบายมาให้ละเอียดเลยว่ามันใช้ validate email address
ผมว่าไม่นะ Copilot เป็นเครื่องมือช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่มาแทนที่เราทั้งหมด โปรแกรมเมอร์ยังต้องมีความคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหา และออกแบบระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Copilot ยังทำไม่ได้
Copilot รองรับภาษาโปรแกรมมิ่งยอดนิยมหลายภาษา เช่น Python, JavaScript, TypeScript, Java, C++, C# และอื่นๆ อีกมากมาย ลองเข้าไปดูใน documentation ของ Copilot ได้เลย
Copilot ไม่ฟรีนะน้อง ต้องเสียเงิน subscription แต่ผมว่าคุ้มค่ามากๆ ถ้าเราใช้งานมันอย่างเต็มที่ ลองพิจารณาดูว่ามันช่วยเพิ่ม productivity ให้เราได้มากแค่ไหน
ไม่ต้องตกใจ! Copilot ไม่ใช่เทพ Bug เป็นเรื่องปกติในการเขียนโปรแกรม เราต้องตรวจสอบ code ที่มัน generate มาอย่างละเอียด และแก้ไข bug ที่เกิดขึ้น iCafeForex
Github Copilot เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากๆ ถ้าเราใช้งานมันอย่างถูกต้อง มันจะช่วยให้เราเขียน code ได้เร็วขึ้น ลดเวลาในการ debug และเพิ่ม productivity โดยรวม แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเรียนรู้เทคนิคการใช้งาน และฝึกฝนอยู่เสมอ
อย่าลืมว่า Copilot เป็นแค่เครื่องมือ โปรแกรมเมอร์ยังต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแก้ปัญหา SiamCafe Blog