IT General
น้องๆ หลายคนอาจจะคิดว่า "ของฟรี" มันสู้ "ของเสียเงิน" ไม่ได้เสมอไป แต่สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย บอกเลยว่าต้องประหยัดทุกบาททุกสตางค์ โปรแกรมฟรีหลายตัวนี่แหละที่ช่วยชีวิตไว้เยอะมาก แถมบางตัวยังดีกว่าของเสียเงินบางตัวอีกด้วยนะ
ทำไมต้องใช้โปรแกรมฟรีแทนของเสียเงิน? ง่ายๆ เลยคือ "เงิน" ไง! สมัยก่อนลิขสิทธิ์โปรแกรมนี่แพงหูฉี่ ยิ่งร้านเน็ตมีหลายเครื่องยิ่งปวดหัว การหาโปรแกรมฟรีที่ทำงานได้ดีเทียบเท่า หรือใกล้เคียง จะช่วยลดต้นทุนไปได้เยอะมากๆ แล้วเอาเงินส่วนนั้นไปลงทุนกับ Hardware หรือโปรโมชั่นดีๆ ให้ลูกค้าแทน SiamCafe Blog มีบทความเรื่องการจัดการร้านเน็ตเยอะแยะ ลองไปอ่านดูนะ
ลองคิดดูนะ ถ้าเราเป็นร้านเล็กๆ ทุนน้อย การต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมแพงๆ ทุกปี มันบั่นทอนกำไรไปเยอะมาก โปรแกรมฟรีช่วยให้เราเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิก แถมยังเอาเงินทุนไปโฟกัสกับเรื่องสำคัญอื่นๆ ได้อีกด้วย
สมัยก่อนผมเคยเจอเคสที่ร้านเกมข้างๆ โดนจับลิขสิทธิ์ Windows นี่แหละ จ่ายไปหลายแสนเลยนะ นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ผมต้องหาทาง "เลี่ยง" ด้วยโปรแกรมฟรีต่างๆ นานา
Microsoft Office นี่เป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องเลยก็ว่าได้ แต่ราคา license ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน โชคดีที่เรามีทางเลือกฟรีๆ ที่ทำงานได้ดีไม่แพ้กันเลย
LibreOffice นี่แหละคือตัวแทนที่ผมแนะนำที่สุด ใช้งานง่าย หน้าตาคุ้นเคย แถมเปิดไฟล์ .docx, .xlsx, .pptx ได้สบายๆ เลย ผมใช้มาตั้งแต่สมัย OpenOffice แล้ว พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนเป็น LibreOffice อย่างทุกวันนี้
วิธีใช้งาน LibreOffice แทน Microsoft Office:
ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าเอาไฟล์ .docx มาเปิดใน Word รุ่นเก่าแล้วเพี้ยน แต่พอเอามาเปิดใน LibreOffice Writer กลับแสดงผลได้ถูกต้องซะงั้น!
OnlyOffice เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ จุดเด่นคือเน้นการทำงานร่วมกันบน Cloud แต่ก็มีเวอร์ชั่น Desktop ให้ใช้ฟรีๆ ด้วยนะ หน้าตาโปรแกรมจะคล้ายกับ Microsoft Office มากกว่า LibreOffice ซะอีก
ข้อดีของ OnlyOffice:
ข้อเสียของ OnlyOffice:
ถ้าเน้นความคุ้นเคยและทำงานร่วมกัน OnlyOffice ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ ลองโหลดมาลองเล่นดูก่อนได้
Photoshop นี่ถือเป็นโปรแกรมแต่งรูปขั้นเทพ แต่ราคาก็แรงเอาเรื่องเหมือนกัน สำหรับงานแต่งรูปทั่วไป หรือทำภาพโปรโมทเล็กๆ น้อยๆ โปรแกรมฟรีก็เอาอยู่
GIMP (GNU Image Manipulation Program) เป็นโปรแกรมแต่งรูป Open Source ที่มีฟีเจอร์เยอะมากๆ แทบจะเทียบเท่า Photoshop ได้เลยนะ แต่หน้าตาอาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาเรียนรู้หน่อย
วิธีใช้งาน GIMP:
สมัยผมทำร้านเน็ต ผมใช้ GIMP ทำป้ายโปรโมท, แก้ไขรูปภาพ, หรือทำ Banner เล็กๆ น้อยๆ ประหยัดค่าจ้าง Graphic Designer ไปได้เยอะเลย
Paint.NET เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่ใช้งานง่ายมากๆ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น หน้าตาโปรแกรมคล้ายๆ Paint ที่มากับ Windows แต่มีฟีเจอร์ที่ advanced กว่าเยอะ
ข้อดีของ Paint.NET:
ข้อเสียของ Paint.NET:
ถ้าต้องการโปรแกรมแต่งรูปที่ใช้งานง่ายและเรียนรู้ได้เร็ว Paint.NET เป็นตัวเลือกที่ดีเลย SiamCafe Blog มีบทความสอนใช้โปรแกรมฟรีพวกนี้อยู่ ลองไปหาอ่านดูนะ
| โปรแกรม | ฟรี | เสียเงิน | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|
| Office Suite | LibreOffice, OnlyOffice | Microsoft Office | ประหยัดเงิน, ใช้งานได้ฟรี | ฟีเจอร์บางอย่างอาจจะไม่ครบเท่า |
| Photo Editing | GIMP, Paint.NET | Adobe Photoshop | ประหยัดเงิน, ใช้งานได้ฟรี | ต้องใช้เวลาเรียนรู้, ฟีเจอร์อาจจะไม่เยอะเท่า |
| Operating System | Linux (Ubuntu, Fedora) | Windows, macOS | ปลอดภัย, ปรับแต่งได้เยอะ, ฟรี | อาจจะไม่รองรับ Hardware บางตัว, ต้องใช้เวลาเรียนรู้ |
สรุปแล้ว โปรแกรมฟรีหลายตัวก็สามารถทำงานได้ดีเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกับโปรแกรมเสียเงินได้เลยนะ ลองเปิดใจและลองใช้งานดู แล้วน้องๆ จะรู้ว่า "ของฟรี" ก็ไม่ได้แย่เสมอไป
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ใหม่ๆ นี่แหละ กลัวโปรแกรมฟรีมากๆ กลัวไวรัส กลัวไม่เสถียร แต่พอได้ลองจริงๆ จังๆ แล้ว เฮ้ย! มันเวิร์คกว่าที่คิดเยอะเลย ลองหาข้อมูล อ่านรีวิวจากหลายๆ แหล่ง แล้วลองเล่นในเครื่องทดสอบก่อนก็ได้ ไม่เสียหายอะไร
จำไว้ว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนตลอดเวลา อะไรที่เคยดีเมื่อ 5 ปีก่อน วันนี้อาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้ เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ บ้าง
อันนี้สำคัญมากกกกกก (ก.ไก่ ล้านตัว) สมัยก่อนผมเคยพลาดมาแล้ว ข้อมูลลูกค้าหายหมด เพราะไม่ได้ Backup ไว้ เจ็บใจสุดๆ ตอนนี้ผมเลยทำ Backup แบบอัตโนมัติทุกวันเลย
ใช้โปรแกรมฟรีพวก Clonezilla หรือ Veeam Agent for Windows ก็ได้ ง่ายดี หรือจะใช้พวก Cloud Storage ก็สะดวกดีนะ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย
เรื่องความปลอดภัยนี่สำคัญสุดๆ อย่าคิดว่า "ร้านเราเล็กๆ คงไม่มีใครมาแฮ็กหรอก" คิดผิดคิดใหม่ได้นะ! พวก Hacker มันไม่สนหรอกว่าร้านคุณจะเล็กหรือใหญ่ ถ้าช่องโหว่มันมี มันก็เจาะหมดแหละ
ใช้ Firewall ดีๆ Update Antivirus สม่ำเสมอ เปลี่ยน Password เป็นประจำ และที่สำคัญที่สุด สอนให้พนักงานระวัง Phishing Email ด้วย
อย่าปล่อยให้เครื่องในร้านรันไปวันๆ โดยไม่ดูแลอะไรเลย ติดตั้งโปรแกรม Monitoring ไว้ซักตัว จะได้รู้ว่าเครื่องไหนมีปัญหา CPU สูง Memory เต็ม Disk ใกล้เต็ม หรือมี Process แปลกๆ รันอยู่
ผมแนะนำพวก Zabbix หรือ Nagios นะ แต่ถ้าอยากได้อะไรง่ายๆ ก็ลองพวก PRTG Network Monitor (Free Edition) ก็ได้
คำถามยอดฮิตเลย! หลักๆ ก็คือประหยัดเงินไงครับ สมัยผมเปิดร้านใหม่ๆ นี่เงินทุนน้อยมาก โปรแกรมลิขสิทธิ์แพงหูฉี่ การใช้โปรแกรมฟรีช่วยลดต้นทุนไปได้เยอะเลย iCafeForex ก็เป็นอีกทางเลือกในการหารายได้เสริมนะ
โปรแกรมฟรีบางตัวก็ดีกว่าโปรแกรมเสียเงินอีกนะ! แต่ก็ต้องเลือกให้ดีๆ ก่อนโหลดมาใช้ เช็คแหล่งที่มาให้ดี อ่านรีวิวเยอะๆ และที่สำคัญ สแกนไวรัสก่อนติดตั้งทุกครั้ง
ถ้าเป็น Open Source License หรือ Freeware License ก็ไม่ผิดกฎหมายครับ แต่ต้องอ่าน License Agreement ให้ละเอียดก่อนใช้งาน บาง License อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานเชิงพาณิชย์
ส่วนใหญ่โปรแกรมฟรีจะมี Community Support ครับ ลองเข้าไปถามใน Forum หรือกลุ่ม Facebook ดู ปกติจะมีคนใจดีช่วยตอบปัญหาให้อยู่แล้ว หรือลองหาข้อมูลใน SiamCafe Blog ก็ได้
อันนี้ตอบยากเลย เพราะมันขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละร้าน แต่ถ้าให้แนะนำแบบครอบคลุมๆ ก็จะมี LibreOffice (แทน Microsoft Office), GIMP (แทน Photoshop), VLC Media Player (แทน Windows Media Player) ประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมฟรีแทนของเสียเงินเป็นทางเลือกที่ดีในการลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้กับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แต่ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี เลือกโปรแกรมที่เหมาะสม และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ที่สำคัญอย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ ครับ