IT General
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เราใช้กันทุกวันนี้มันมาได้ยังไง? ส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ Fiber Optic หรือใยแก้วนำแสงนี่แหละ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe แรกๆ ยังเป็นยุค Dial-up เต่าคลานอยู่เลย พอมี Fiber Optic นี่แหละชีวิตเปลี่ยน!
Fiber Optic Installation Guide ก็คือคู่มือแนะนำวิธีการติดตั้งและใช้งานระบบใยแก้วนำแสงนั่นเอง ซึ่งมันสำคัญมาก เพราะ Fiber Optic มันเร็วกว่าสายทองแดง (Copper Cable) เยอะ แถมสัญญาณรบกวนก็น้อยกว่า ทำให้เน็ตเสถียรขึ้นเยอะ สมัยก่อนเวลาฝนตกฟ้าร้องนี่เน็ตหลุดกระจาย เดี๋ยวนี้สบายบรื๋อ
Fiber Optic หลักๆ มีสองแบบ Single-mode กับ Multi-mode แต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน Single-mode จะส่งสัญญาณได้ไกลกว่า เหมาะกับพวก Network ขนาดใหญ่ ส่วน Multi-mode จะเหมาะกับระยะใกล้ๆ ในอาคารมากกว่า
หัว Connector ก็สำคัญนะ มีหลายแบบ เช่น SC, LC, ST, MTP แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ต้องเลือกให้ถูกกับอุปกรณ์ที่เราใช้
การติดตั้ง Fiber Optic ไม่ใช่แค่เอาสายมาเสียบๆ นะน้อง ต้องมีเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น Fiber Optic Cleaver (เครื่องตัดสาย), Fusion Splicer (เครื่องเชื่อมสาย), Optical Power Meter (เครื่องวัดแสง) พวกนี้ราคาไม่เบาเลย สมัยผมเริ่มทำใหม่ๆ ต้องกัดฟันซื้อเลย
การเริ่มต้นใช้งาน Fiber Optic จริงๆ ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ต้องมีพื้นฐานความรู้และความเข้าใจพอสมควร เริ่มจากศึกษาอุปกรณ์ที่เรามีก่อน แล้วค่อยๆ ทำตามขั้นตอน
ก่อนอื่นต้องเตรียมสาย Fiber Optic ให้พร้อม ตัดสายให้ได้ความยาวที่ต้องการ แล้วปอกเปลือกสายออกอย่างระมัดระวัง อย่าให้แก้วข้างในเสียหาย
# ตัวอย่างการตัดสาย Fiber Optic (ระวังคมมีด!)
cut_fiber(length=10, unit="meter")
peel_jacket()
การเชื่อมต่อสาย Fiber Optic มีสองแบบหลักๆ คือ Splice (เชื่อม) กับ Connectorize (ใส่หัว) ถ้า Splice จะใช้ Fusion Splicer เชื่อมสายสองเส้นเข้าด้วยกัน ส่วน Connectorize ก็คือการใส่หัว Connector เข้าไปที่ปลายสาย
# ตัวอย่างการใช้ Fusion Splicer
fusion_splicer.splice(fiber1, fiber2)
# ตัวอย่างการใส่ Connector
install_connector(fiber, connector_type="LC")
อย่าลืมตรวจสอบคุณภาพของการเชื่อมต่อด้วย Optical Power Meter ด้วยนะ ถ้าค่าแสงไม่ดี แสดงว่ามีปัญหาต้องแก้ไข
แน่นอนว่า Fiber Optic ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ยังมีสายทองแดง (Copper Cable) และ Wireless ให้เลือกใช้อีกด้วย แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน
| คุณสมบัติ | Fiber Optic | Copper Cable | Wireless |
|---|---|---|---|
| ความเร็ว | สูงมาก | ปานกลาง | ปานกลางถึงสูง (ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี) |
| ระยะทาง | ไกล | ใกล้ | ปานกลาง |
| สัญญาณรบกวน | น้อยมาก | มาก | ปานกลางถึงมาก |
| ค่าใช้จ่าย | สูง | ต่ำ | ปานกลาง |
จากตารางจะเห็นว่า Fiber Optic เด่นในเรื่องความเร็วและระยะทาง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ถ้าต้องการความเร็วสูงและเสถียรภาพที่ดี Fiber Optic คือตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าต้องการประหยัดงบ Copper Cable หรือ Wireless ก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่า
สนใจเรื่อง IT อื่นๆ อีกไหม? ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog นะครับ มีบทความดีๆ อีกเยอะ
สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เคยเจอเคสลูกค้าอยากได้เน็ตแรงๆ แต่ไม่อยากจ่ายแพง สุดท้ายก็ต้องคุยกันยาวเลย ว่าแต่ละเทคโนโลยีมันมีข้อจำกัดยังไง
อ่านบทความนี้จบแล้ว อย่าลืมไปลองทำดูนะครับ ประสบการณ์จริงสำคัญที่สุด!
ถ้าอยากรู้เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog อีกทีนะ
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดแล้ว คือเรื่อง "ทำยังไงให้มันเวิร์คจริงๆ วะ?" สมัยผมทำร้านเน็ต ผมลองผิดลองถูกมาเยอะ เจ็บมาเยอะ (ทั้งเจ็บตัว เจ็บใจ เจ็บกระเป๋าตังค์) เลยอยากจะแชร์เคล็ดลับที่กลั่นกรองมาแล้วว่า "เออ อันนี้แหละ ใช้ได้จริง"
จำไว้ว่า Fiber Optic ไม่ใช่แค่ "ลากๆ เสียบๆ" มันคือศิลปะ! (ผสมกับศาสตร์นิดหน่อย) ถ้าทำดีๆ เน็ตแรงปรู๊ดปร๊าด ลูกค้าติดหนึบ แต่ถ้าพลาด...เตรียมตัวรับสายบ่นได้เลย
1. เรื่องความสะอาดนี่สำคัญสุดๆ
สมัยก่อนผมเคยเจอเคส ลูกค้าบ่นเน็ตหลุดบ่อยมาก เช็คไปเช็คมา ปรากฎว่า Connector มันสกปรก! ฝุ่นละอองเล็กๆ นี่แหละ ตัวดีเลย ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันไม่สนิท สัญญาณดร็อปฮวบ
วิธีแก้ก็ง่ายๆ ใช้น้ำยาทำความสะอาด Connector โดยเฉพาะ (Isopropanol Alcohol) เช็ดให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ก่อนเสียบทุกครั้ง แค่นี้ปัญหาจุกจิกหายไปเยอะ
2. อย่าประมาทเรื่อง Bend Radius
Bend Radius คือรัศมีการโค้งงอของสาย Fiber Optic ถ้าเรางอสายมากเกินไป แสงมันจะหักเหออกไป ทำให้สัญญาณอ่อนลง บางทีถึงขั้นขาดเลยนะ
จำง่ายๆ ว่า "โค้งได้ แต่อย่าหัก" พยายามให้สายมันโค้งเป็นวงกลมกว้างๆ หน่อย อย่าให้มันงอเป็นมุมฉาก
3. OTDR พระเอกตัวจริง
OTDR (Optical Time Domain Reflectometer) คือเครื่องมือที่เอาไว้เช็คว่าสาย Fiber Optic ของเรามีปัญหาตรงไหนรึเปล่า เช่น สายขาด สายงอ Connector หลวม
สมัยก่อนผมไม่มีตังค์ซื้อ OTDR ก็ต้องใช้วิธี "เดา" เอา ซึ่งเสียเวลาและปวดหัวมาก ถ้าเป็นไปได้ ลงทุนซื้อ OTDR สักตัว รับรองคุ้มค่าแน่นอน
4. Documentation is KEY!
ทำแผนผังการเดินสาย Fiber Optic เอาไว้ให้ละเอียด บอกว่าสายแต่ละเส้นมาจากไหน ไปไหน เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อะไรบ้าง
เชื่อผมเถอะ ตอนที่เจอปัญหาแล้วต้องมาไล่สายทีละเส้น มันเสียเวลามากๆ ยิ่งร้านใหญ่ๆ นี่นรกชัดๆ
จริงครับ แต่ก็ไม่ได้เปราะบางขนาดแตะนิดหน่อยก็หักนะ ถ้าติดตั้งและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็ใช้งานได้นานหลายปีเลย
ถ้าต้องการความเร็วและความเสถียรสูงๆ เช่น เล่นเกมส์ออนไลน์ ดูหนัง 4K ทำงานที่ต้องอัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ๆ Fiber Optic คือคำตอบครับ แต่ถ้าใช้งานทั่วไป แค่ดู Youtube เล่น Facebook สาย LAN ธรรมดาก็อาจจะเพียงพอ
แพงกว่าสาย LAN ธรรมดาแน่นอนครับ ทั้งค่าสาย ค่าอุปกรณ์ และค่าแรง แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ (ความเร็วและความเสถียร) ผมว่าคุ้มค่าในระยะยาวนะ
อาการที่พบบ่อยคือ เน็ตหลุดบ่อย ความเร็วตก หรือไฟ LOS (Loss of Signal) ขึ้นที่ Router ถ้าเจออาการเหล่านี้ ให้ลองตรวจสอบสายและ Connector ก่อน ถ้ายังไม่หาย ให้เรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจสอบ
การติดตั้ง Fiber Optic ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์พอสมควร หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจเรื่อง Fiber Optic นะครับ
ถ้าอยากรู้เรื่อง iCafeForex เพิ่มเติม ลองไปดูที่ iCafeForex ได้เลย
และอย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะ มีอะไรดีๆ อีกเยอะเลย