Feature Flags Progressive Delivery IT General

Feature Flags Progressive Delivery

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Feature Flags Progressive Delivery: พี่บอม SiamCafe สอนน้อง

Feature Flags Progressive Delivery คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ เคยเจอไหม ทำโปรแกรมแทบตาย พอปล่อยจริงดันเจอปัญหา Users บ่นอุบ อ.บอมเจอมาเยอะ! Feature Flags เนี่ยแหละ ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลย

Feature Flags (หรือ Feature Toggles) มันก็เหมือนสวิตช์ไฟแหละน้อง เราสามารถเปิด-ปิด ฟีเจอร์ต่างๆ ในโปรแกรมเราได้แบบ Real-time โดยไม่ต้อง Deploy โค้ดใหม่ ลองนึกภาพนะ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe (ตั้งแต่ปี 1997 โน่น!) ถ้ามีฟีเจอร์ใหม่ เราต้องปิดร้าน อัพเดทโปรแกรม แล้วค่อยเปิดใหม่ เสียเวลาลูกค้า เสียรายได้! แต่ถ้ามี Feature Flags เราก็แค่ปิดสวิตช์ฟีเจอร์นั้นไปก่อน แก้เสร็จค่อยเปิดใหม่ ง่ายกว่าเยอะ

ส่วน Progressive Delivery ก็คือการค่อยๆ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้ Users กลุ่มเล็กๆ ก่อน เพื่อทดสอบว่ามันเวิร์คจริงไหม ถ้าเวิร์คค่อยปล่อยให้ Users กลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆ เปิดน้ำทีละนิด ไม่ใช่พรวดเดียว

ทำไมมันถึงสำคัญ? เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงไงน้อง! ลองคิดดูนะ ถ้าเราปล่อยฟีเจอร์ใหม่ให้ Users ทั้งหมดพร้อมกัน แล้วมันเกิด Bug ใหญ่ขึ้นมา...หายนะชัดๆ! แต่ถ้าเราค่อยๆ ปล่อย เราจะเจอ Bug ก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายใหญ่โต แถมยังช่วยให้เราเก็บ Feedback จาก Users ได้เร็วขึ้นด้วยนะ

พื้นฐานที่ต้องรู้

Flag Types:

Feature Flags มีหลายประเภทนะน้อง แต่ที่เจอบ่อยๆ ก็จะมี:

สมัยผมทำ SiamCafe ก็เคยใช้ Release Flags บ่อยๆ เวลาจะปล่อยเกมใหม่ ก็จะค่อยๆ เปิดให้เครื่องบางเครื่องก่อน ถ้าไม่มีปัญหาค่อยเปิดให้หมด

Flag Management:

การจัดการ Feature Flags ที่ดีก็สำคัญนะน้อง อย่าปล่อยให้ Flag มันรกระบบ! ควรมีระบบที่ช่วยให้เรา:

เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือ Feature Flag Management ให้เลือกใช้เยอะแยะ ลองไปศึกษาดูนะ

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

การเริ่มต้นใช้งาน Feature Flags ไม่ยากอย่างที่คิดนะน้อง สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนให้ดีก่อนว่าจะใช้มันเพื่ออะไร

สมมติว่าเรากำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับ SiamCafe Blog คือระบบ Comment รูปภาพ เราก็สามารถใช้ Feature Flags เพื่อค่อยๆ ปล่อยฟีเจอร์นี้ให้ Users กลุ่มเล็กๆ ก่อนได้

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

1. สร้าง Feature Flag:

ขั้นแรกคือสร้าง Feature Flag ในระบบ Flag Management ของเรา อาจจะตั้งชื่อว่า "image-comments" หรืออะไรที่สื่อความหมาย

2. Implement Code:

จากนั้นก็ Implement โค้ดที่เกี่ยวข้องกับ Feature Flag นี้ ตัวอย่าง (ง่ายๆ) ด้วยภาษา JavaScript:


const isImageCommentsEnabled = getFeatureFlag("image-comments");

if (isImageCommentsEnabled) {
  // แสดงระบบ Comment รูปภาพ
  showImageComments();
} else {
  // ไม่แสดงระบบ Comment รูปภาพ
  hideImageComments();
}

function getFeatureFlag(flagName) {
  // โค้ดสำหรับดึงค่า Flag จากระบบ Flag Management
  // ในที่นี้สมมติว่าเราดึงค่ามาจาก Local Storage
  const flagValue = localStorage.getItem(flagName);
  return flagValue === "true"; // Assuming flag values are stored as strings "true" or "false"
}

function showImageComments() {
  // โค้ดสำหรับแสดงระบบ Comment รูปภาพ
  console.log("แสดงระบบ Comment รูปภาพ");
}

function hideImageComments() {
  // โค้ดสำหรับซ่อนระบบ Comment รูปภาพ
  console.log("ซ่อนระบบ Comment รูปภาพ");
}

Code snippet นี้เป็นแค่ตัวอย่างนะน้อง ของจริงอาจจะซับซ้อนกว่านี้ ขึ้นอยู่กับ Framework และ Library ที่เราใช้

3. Rollout Strategy:

กำหนด Rollout Strategy ว่าจะปล่อยฟีเจอร์นี้ให้ Users กลุ่มไหนบ้าง อาจจะเริ่มจาก Users ที่เป็น Internal Testers ก่อน แล้วค่อยขยายไปยัง Users ที่เป็น Beta Testers และสุดท้ายคือ Users ทั่วไป

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

Feature Flags ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการจัดการ Release นะน้อง ยังมีวิธีอื่นๆ อีก เช่น Branching Strategy (Git Flow) หรือ Blue/Green Deployments แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

วิธี ข้อดี ข้อเสีย เหมาะกับ
Feature Flags Release ได้เร็ว, ลดความเสี่ยง, ทำ A/B Testing ได้ง่าย ต้องจัดการ Flags ให้ดี, อาจทำให้โค้ดซับซ้อนขึ้น การ Release ฟีเจอร์ใหม่, การทำ A/B Testing, การจัดการความเสี่ยง
Branching Strategy (Git Flow) จัดการโค้ดได้เป็นระเบียบ, เหมาะกับการทำงานเป็นทีม Release ช้า, อาจเกิด Merge Conflicts การพัฒนาฟีเจอร์ขนาดใหญ่, การทำงานเป็นทีม
Blue/Green Deployments Rollback ได้ง่าย, Downtime น้อย ต้องใช้ Resources เยอะ, อาจซับซ้อนในการตั้งค่า การ Deploy Application ขนาดใหญ่, การลด Downtime

เลือกวิธีที่เหมาะสมกับ Project ของเรานะน้อง ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย SiamCafe Blog ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

เอาล่ะน้องๆ มาถึงเคล็ดลับที่พี่บอมสั่งสมมาจากการทำร้านเน็ต SiamCafe ตั้งแต่ยุคบุกเบิกเลยนะ สมัยนั้นเน็ตยังเต่าคลาน feature flag อะไรน่ะเหรอ? ไม่มี๊! มีแต่ใจล้วนๆ แต่ประสบการณ์สอนให้รู้ว่าหลักการหลายอย่างมันใช้ได้ข้ามยุค

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. อย่า Feature Flag ทุกอย่าง!

น้องอาจจะเห่อของใหม่ อยากจะเอา Feature Flag ไปใส่ทุกรูขุมขนของโปรแกรม แต่เดี๋ยวก่อน! คิดดีๆ ก่อนนะน้อง อะไรที่ไม่ค่อยเปลี่ยน ไม่มีความเสี่ยง อย่าไปยุ่งกับมันเลย ทำให้โค้ดรกเปล่าๆ

สมัยผมทำร้านเน็ต เคยเจอเคสที่น้องโปรแกรมเมอร์อยากทำระบบ login ด้วย QR code มันก็ดีนะ แต่สุดท้ายคนก็ยัง login ด้วย username/password เหมือนเดิม เสียเวลาทำไปฟรีๆ ดังนั้น เลือก Feature Flag ให้ฉลาด!

2. ตั้งชื่อ Feature Flag ให้สื่อความหมาย

ชื่อ Feature Flag ต้องชัดเจน เข้าใจง่าย ใครเห็นก็รู้ว่ามันคืออะไร อย่าตั้งชื่อแบบย่อๆ หรือใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป เดี๋ยวทีมงานงงกันหมด

ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะตั้งชื่อว่า is_qr_login_enabled ให้ตั้งชื่อว่า enable_qr_code_login จะสื่อความหมายกว่าเยอะ

3. จัดการ Feature Flag ให้เป็นระบบ

พอ Feature Flag เยอะขึ้น มันจะเริ่มวุ่นวาย ต้องมีระบบจัดการที่ดี เช่น ใช้ระบบ configuration management หรือ Feature Flag management tool เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามและปรับเปลี่ยน

สมัยผมทำร้านเน็ต เวลาจะเปลี่ยนโปรแกรมคิดเงิน ผมจะทำ checklist ไว้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ปิดตรงไหน เปิดตรงไหน Feature Flag ก็เหมือนกัน ต้องมี checklist หรือ documentation ที่ดี

4. อย่าลืม Clean Up!

Feature Flag มีไว้ใช้ชั่วคราว เมื่อฟีเจอร์นั้นเสถียรแล้ว อย่าลืมเอา Feature Flag ออกจากโค้ดด้วยนะ ปล่อยทิ้งไว้นานๆ โค้ดจะรก อ่านยาก และอาจทำให้เกิด bug ได้

เหมือนร้านเน็ตเรานั่นแหละ พอเกมไหนไม่ฮิตแล้ว ก็ต้อง uninstall ออกไป ไม่งั้นเครื่องเต็มเปล่าๆ Feature Flag ก็เหมือนกัน ใช้เสร็จแล้วต้องทิ้ง!

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Feature Flag ทำให้โค้ดซับซ้อนขึ้นไหม?

แน่นอน! Feature Flag ทำให้โค้ดซับซ้อนขึ้น แต่ถ้าใช้อย่างถูกวิธี มันจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาได้เยอะเลย

Feature Flag เหมาะกับโปรเจกต์แบบไหน?

Feature Flag เหมาะกับโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และต้องการความรวดเร็วในการปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆ ถ้าโปรเจกต์เล็กๆ อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะใช้

มี Tool อะไรแนะนำบ้าง?

มีเยอะแยะเลยน้อง! เช่น LaunchDarkly, Split.io, ConfigCat ลองไปศึกษาดูนะ แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เลือกที่เหมาะกับทีมเรา

ทำไมต้อง Progressive Delivery?

Progressive Delivery ช่วยให้เราปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั้งหมด ถ้ามีปัญหาก็สามารถ rollback ได้ง่าย

เหมือนสมัยผมทำร้านเน็ต เวลาลงเกมใหม่ ผมจะไม่ลงทุกเครื่องพร้อมกัน จะลองลงแค่บางเครื่องก่อน ถ้าไม่มีปัญหาก็ค่อยลงเครื่องอื่น

สรุป

Feature Flag และ Progressive Delivery เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ อย่า Feature Flag ทุกอย่าง และอย่าลืม Clean Up โค้ดด้วยนะน้อง!

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!

สนใจเรื่อง Forex ลองดูที่ iCafeForex นะครับ

อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ