Security
น้องๆ เคยสงสัยมั้ยว่า ข้อความที่เราส่งหากันทางแชทเนี่ย มันปลอดภัยจริงเหรอ? ใครแอบอ่านอยู่รึเปล่า? คำตอบคือ...อาจจะไม่เสมอไป! แต่ End-to-End Encryption หรือ E2EE เนี่ยแหละ คือพระเอกที่จะมาช่วยปกป้องข้อมูลของเรา
สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe ยุคแรกๆ คนยังไม่ค่อยห่วงเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไป ข้อมูลส่วนตัวสำคัญกว่าทองคำอีกนะจะบอกให้
ง่ายๆ เลย E2EE คือระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ "ต้นทาง" เท่านั้นที่จะเข้ารหัสได้ และ "ปลายทาง" เท่านั้นที่จะถอดรหัสได้ ไม่มีใครคนกลาง (เช่น ผู้ให้บริการแอปแชท) สามารถอ่านข้อความของเราได้เลย
ลองนึกภาพว่า เราเขียนจดหมายแล้วใส่กุญแจล็อค จากนั้นส่งไปให้เพื่อน เพื่อนเราเท่านั้นที่มีลูกกุญแจที่จะไขอ่านจดหมายฉบับนี้ได้ คนส่งไปรษณีย์ (ผู้ให้บริการแอป) ก็ไม่สามารถแอบอ่านได้
ทำไมมันถึงสำคัญน่ะเหรอ? เพราะมันช่วยป้องกันการดักฟัง การแอบอ่าน หรือการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตไงล่ะ! ไม่ว่าจะเป็นแฮกเกอร์ รัฐบาล หรือแม้แต่ผู้ให้บริการแอปเอง ก็ไม่สามารถอ่านข้อความของเราได้ ถ้าเราใช้ E2EE
หัวใจสำคัญของ E2EE คือการใช้ "กุญแจ" สองชนิด: กุญแจสาธารณะ (Public Key) และกุญแจส่วนตัว (Private Key)
วิธีการทำงานก็คือ: ผู้ส่งจะใช้กุญแจสาธารณะของผู้รับในการเข้ารหัสข้อความ เมื่อเข้ารหัสแล้ว จะถอดรหัสได้ด้วยกุญแจส่วนตัวของผู้รับเท่านั้น
ลองดู code snippet ตัวอย่างการใช้ RSA encryption (ซึ่งเป็น algorithm ที่นิยมใช้ใน E2EE) ด้วย Python:
from cryptography.hazmat.primitives.asymmetric import rsa
from cryptography.hazmat.primitives import hashes
from cryptography.hazmat.primitives.asymmetric import padding
from cryptography.hazmat.primitives import serialization
# สร้าง private key
private_key = rsa.generate_private_key(
public_exponent=65537,
key_size=2048,
)
# สร้าง public key จาก private key
public_key = private_key.public_key()
# ข้อความที่จะเข้ารหัส
message = b"Hello, E2EE World!"
# เข้ารหัสด้วย public key ของผู้รับ
ciphertext = public_key.encrypt(
message,
padding.OAEP(
mgf=padding.MGF1(algorithm=hashes.SHA256()),
algorithm=hashes.SHA256(),
label=None
)
)
# ถอดรหัสด้วย private key ของผู้รับ
plaintext = private_key.decrypt(
ciphertext,
padding.OAEP(
mgf=padding.MGF1(algorithm=hashes.SHA256()),
algorithm=hashes.SHA256(),
label=None
)
)
print("Original message:", message)
print("Ciphertext:", ciphertext)
print("Plaintext:", plaintext)
โค้ดนี้เป็นแค่ตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นภาพนะ จริงๆ แล้วการนำไปใช้จริงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอื่นๆ อีกเยอะ
ไม่ใช่ทุกแอปแชทจะรองรับ E2EE นะ น้องๆ ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้งาน
ถ้าแอปที่เราใช้อยู่ไม่รองรับ E2EE อาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แอปอื่นที่ปลอดภัยกว่า
| แอปแชท | End-to-End Encryption (E2EE) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เปิดใช้งานโดย default | สำรองข้อมูลบน Cloud อาจไม่เข้ารหัส | |
| Signal | เปิดใช้งานโดย default | Open source, เน้นความปลอดภัย |
| Telegram | Optional (Secret Chat) | ต้องเปิดใช้งาน "Secret Chat" เอง |
| Facebook Messenger | Optional (Secret Conversations) | ต้องเปิดใช้งาน "Secret Conversations" เอง |
| Line | Optional (Letter Sealing) | ต้องเปิดใช้งาน "Letter Sealing" เอง |
จากตารางจะเห็นว่าบางแอปก็เปิด E2EE ให้เลย แต่บางแอปก็ต้องเปิดใช้งานเอง น้องๆ ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนใช้งานนะ
E2EE ฟังดูดีไปหมด แต่ก็มีข้อดีข้อเสียที่ต้องพิจารณาเหมือนกัน
ข้อดีหลักๆ เลยคือ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่เหนือกว่า ไม่มีใครสามารถแอบอ่านข้อความของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการแอป รัฐบาล หรือแฮกเกอร์
E2EE ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของเรา เช่น ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลทางธุรกิจ
ยิ่งในยุคที่ข้อมูลเป็นสิ่งที่มีค่า การมี E2EE ก็เหมือนมีเกราะป้องกันข้อมูลของเราอีกชั้นหนึ่ง
ข้อเสียหลักๆ คือ ถ้าเราทำกุญแจส่วนตัวหาย เราจะไม่สามารถเข้าถึงข้อความที่เข้ารหัสไว้ได้เลย
นอกจากนี้ การใช้งาน E2EE อาจจะยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
บางครั้ง E2EE ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การวางแผนก่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในเชิงจริยธรรมด้วย
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรักษา Private Key ของเราให้ดี ห้ามให้ใครรู้ ห้ามทำหาย
ควรตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก และเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ระวัง Phishing scams หรือการหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เพราะอาจทำให้ Private Key ของเราถูกขโมยไปได้
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ
มาตอบคำถามที่น้องๆ หลายคนอาจจะสงสัยเกี่ยวกับ E2EE กัน
E2EE ป้องกันการดักฟัง การแอบอ่าน หรือการเข้าถึงข้อความโดยไม่ได้รับอนุญาต จากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการแอป แฮกเกอร์ หรือรัฐบาล
แต่ E2EE ไม่สามารถป้องกันได้ ถ้า:
ถ้าเราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย E2EE ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเรามีการส่งข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลทางธุรกิจ การใช้ E2EE จะช่วยปกป้องข้อมูลเหล่านั้นได้
แต่ถ้าเราไม่ได้กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมากนัก การใช้แอปแชทที่ไม่รองรับ E2EE ก็อาจจะเพียงพอ
โดยทั่วไปแล้ว E2EE จะไม่ทำให้การสื่อสารช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
กระบวนการเข้ารหัสและถอดรหัสอาจจะใช้เวลาเล็กน้อย แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมากแล้ว ทำให้ความเร็วในการเข้ารหัสและถอดรหัสสูงขึ้นมาก
ดังนั้น เราจึงไม่ควรกังวลเรื่องความเร็วในการสื่อสารมากนัก เมื่อเทียบกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เราจะได้รับจากการใช้ E2EE
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่อง E2EE มากขึ้นนะครับ อย่าลืมปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเราให้ดี SiamCafe Blog มีบทความดีๆ อีกเยอะเลย!
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับEnd-to-End Encryption คืออะไร:
// ตัวอย่างการ generate key (อย่าทำเองถ้าไม่เข้าใจจริงๆ นะ)
const crypto = require('crypto');
const { publicKey, privateKey } = crypto.generateKeyPairSync('rsa', {
modulusLength: 4096,
publicKeyEncoding: {
type: 'spki',
format: 'pem'
},
privateKeyEncoding: {
type: 'pkcs8',
format: 'pem'
}
});
console.log("Public Key:\n" + publicKey);
console.log("Private Key:\n" + privateKey);