Network
น้องๆ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า VPN (Virtual Private Network) กันมาบ้างแล้ว แต่ VPN ทำให้เน็ตช้าจริงไหม? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรื่องพวกนี้ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
VPN ก็เหมือนอุโมงค์ลับที่สร้างขึ้นมาบนอินเทอร์เน็ต เวลาเราเข้าเว็บไซต์หรือใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ข้อมูลของเราจะวิ่งผ่านอุโมงค์นี้ ทำให้คนอื่นที่ดักฟังอยู่ (เช่น แฮกเกอร์ หรือแม้แต่ ISP ของเราเอง) มองไม่เห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ พูดง่ายๆ คือมันเข้ารหัสข้อมูลของเรา ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น
ทำไมต้องใช้? สมัยก่อนผมแทบไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย แต่พอมีข่าวเรื่องข้อมูลรั่วไหลมากขึ้น ผมก็เริ่มตระหนักว่ามันสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาที่เราใช้ Wi-Fi สาธารณะ (เช่น ที่ร้านกาแฟ หรือสนามบิน) ซึ่งไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ การใช้ VPN จะช่วยป้องกันไม่ให้ใครมาขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราไปได้
นอกจากนี้ VPN ยังช่วยให้เราเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการที่ถูกบล็อกในบางประเทศได้ด้วย เช่น ถ้าเราอยากดู Netflix ของอเมริกา แต่เราอยู่ในประเทศไทย เราก็สามารถใช้ VPN เพื่อเปลี่ยน IP Address ของเราให้เป็นของอเมริกาได้
ทีนี้มาถึงคำถามหลักของเรา VPN ทำให้เน็ตช้าจริงไหม? ตอบได้เลยว่า "จริง" แต่ไม่ใช่ทุกครั้งเสมอไป ความเร็วของอินเทอร์เน็ตเมื่อใช้ VPN จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:
ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าในร้านเน็ตบ่นว่าเน็ตช้ามาก พอไปดูปรากฏว่าเขากำลังใช้ VPN เพื่อเล่นเกมออนไลน์ ซึ่ง Server ของ VPN อยู่ที่ต่างประเทศ แถม Protocol ที่ใช้ก็ไม่ค่อยดี ทำให้ Ping สูง และเล่นเกมไม่สนุก
ถ้า VPN ทำให้เน็ตช้า เราจะทำยังไงได้บ้าง? ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ดู:
# ตัวอย่างการเปลี่ยน Protocol ใน OpenVPN
proto udp
remote us-east-1.vpnprovider.com 1194
ข้อควรระวัง: VPN ฟรี มักจะมีความเร็วที่จำกัด และอาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกใช้ VPN ที่เสียเงิน
| Protocol | ความเร็ว | ความปลอดภัย | ความเสถียร | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|
| OpenVPN | ปานกลาง | สูง | สูง | ใช้งานทั่วไป, ต้องการความปลอดภัยสูง |
| IKEv2/IPsec | เร็ว | สูง | สูง | มือถือ, เปลี่ยน Network บ่อย |
| WireGuard | เร็วมาก | สูง | ปานกลาง | เน้นความเร็ว, Gaming |
| L2TP/IPsec | ช้า | ปานกลาง | สูง | (ไม่แนะนำ) เก่า, มีช่องโหว่ |
ตารางนี้เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้น Protocol แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา
การเลือก VPN ที่เหมาะกับเราก็เหมือนกับการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ต้องดูว่าเราจะเอาไปใช้งานอะไร ถ้าเราเน้นเล่นเกม ก็ต้องเลือก VPN ที่มีความเร็วสูง แต่ถ้าเราเน้นความปลอดภัย ก็ต้องเลือก VPN ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลที่แน่นหนา
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือก VPN:
สมัยผมทำร้านเน็ต ผมเคยลองใช้ VPN หลายเจ้ามาก สุดท้ายก็มาจบที่ NordVPN เพราะมี Server เยอะ ความเร็วดี และราคาไม่แพง
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้าอยากอ่านบทความเกี่ยวกับ Network หรือเรื่อง IT อื่นๆ อีก สามารถเข้าไปดูได้ที่ SiamCafe Blog
น้องๆ หลายคนที่เล่นเกมออนไลน์คงเคยเจอปัญหาปิงสูง ปิงแดง ทำให้เล่นเกมไม่สนุก สาเหตุหนึ่งของปิงสูงอาจมาจากการใช้ VPN
อย่างที่บอกไปแล้วว่า VPN ทำงานโดยการสร้างอุโมงค์ลับบนอินเทอร์เน็ต ข้อมูลของเราจะต้องวิ่งผ่าน Server ของ VPN ก่อนที่จะไปถึง Server ของเกม ทำให้เกิด Delay หรือความล่าช้ามากขึ้น
นอกจากนี้ การเข้ารหัสข้อมูลก็มีผลต่อปิงด้วย ยิ่งเข้ารหัสแน่นหนามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้ทรัพยากรมากขึ้น และทำให้ปิงสูงขึ้น
ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าในร้านเน็ตบ่นว่าเล่นเกม RoV แล้วปิงสูงมาก พอไปดูปรากฏว่าเขากำลังใช้ VPN เพื่อ Bypass Region Lock ของเกม ทำให้ Server ของ VPN อยู่ไกลจาก Server ของเกมมาก ปิงเลยสูง
ถ้าอยากใช้ VPN เล่นเกม แต่ไม่อยากให้ปิงสูง ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู:
คำแนะนำ: ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ VPN เล่นเกม ลองทดสอบความเร็วและปิงดูก่อน ว่า VPN ทำให้ปิงสูงขึ้นมากแค่ไหน ถ้าปิงสูงเกินไป อาจจะไม่คุ้มที่จะใช้
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงคือ VPN กับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ สมัยนี้เราทำธุรกรรมออนไลน์กันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ การโอนเงิน หรือการจ่ายบิล การใช้ VPN จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมเหล่านี้ได้
VPN ช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นดักฟังข้อมูลที่เราส่งไป เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
นอกจากนี้ VPN ยังช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ที่เราเข้าเก็บข้อมูลของเราได้ เช่น IP Address หรือ Location
ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าในร้านเน็ตโดนแฮกข้อมูลบัตรเครดิต เพราะเขาใช้ Wi-Fi สาธารณะในการซื้อของออนไลน์ โดยไม่ได้ใช้ VPN
ถึงแม้ว่า VPN จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปลอดภัย 100% เรายังต้องระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์อยู่ดี
ถ้าเราทำตามข้อควรระวังเหล่านี้ เราก็จะสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
SiamCafe Blogสมัยผมทำร้านเน็ตนี่เรื่อง Location สำคัญสุดๆ ยิ่ง Server VPN อยู่ใกล้เราเท่าไหร่ latency ก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้นแหละ ลอง ping ดูหลายๆ Server ก่อนตัดสินใจเลือกนะ อย่าไปเชื่อใจแค่ที่เค้าบอกว่า "เร็ว แรง" ต้องลองเองถึงจะรู้จริง
VPN Protocol นี่มีหลายแบบนะ OpenVPN, WireGuard, IKEv2 แต่ละอันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป OpenVPN อาจจะ secure สุด แต่บางทีก็ช้า ลอง WireGuard ดูสิ เร็วกว่าเห็นๆ แต่ก็ต้องเช็คเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ
# ตัวอย่างการตั้งค่า WireGuard (linux)
sudo apt update
sudo apt install wireguard
# สร้าง key
wg genkey | tee privatekey | wg pubkey > publickey
Server VPN ที่คนใช้เยอะๆ Bandwidth เต็มตลอดเวลาก็ทำให้เน็ตช้าได้เหมือนกัน ลองหา VPN Provider ที่มี Server เยอะๆ กระจาย Load กันไป หรือถ้าทำเองได้ก็ setup VPN Server เองเลย จะได้คุมทุกอย่างได้
Software เก่าก็เหมือนรถเก่า อืดอาด กินน้ำมัน อัพเดท VPN Client ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เพราะเค้าจะแก้ bug ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่าขี้เกียจ update นะ
VPN ฟรีส่วนใหญ่มักจะมีข้อจำกัดเยอะ ทั้งเรื่อง Bandwidth, จำนวน Server, และจำนวนผู้ใช้งาน ทำให้ Server ต้องรับ Load หนัก เน็ตเลยช้าเป็นธรรมดา เค้าต้องหารายได้จากการโฆษณา หรือขายข้อมูลเราด้วยไง
เพราะ Data มันต้องวิ่งผ่าน Server VPN เพิ่มขึ้นอีก 1 จุดไง latency มันก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา แต่ถ้าเลือก Server ที่ดี เลือก Protocol ที่เหมาะสม ก็ช่วยลด Ping ได้เยอะนะ iCafeForex ก็มี Server ให้เลือกเยอะแยะ
บางเว็บเค้า Block IP ของ VPN ไงครับ เพราะเค้ากลัวพวก Bot หรือพวก Hacker ที่ใช้ VPN มาโจมตี ลองเปลี่ยน Server VPN ดู อาจจะเข้าได้ หรือไม่ก็ลอง disable VPN แล้วเข้าเว็บนั้นโดยตรง
ถ้า Server เกมอยู่ไกลจากเรามากๆ การใช้ VPN ที่มี Server อยู่ใกล้ Server เกม อาจจะช่วยลด Ping ได้บ้าง แต่ถ้า Server เกมอยู่ใกล้บ้านเราอยู่แล้ว ใช้ VPN อาจจะทำให้ Ping สูงขึ้นก็ได้ ต้องลองเองครับ
VPN บางเจ้าก็เก็บ Log บางเจ้าก็ไม่เก็บ ต้องอ่าน Privacy Policy ของแต่ละเจ้าให้ดีก่อนตัดสินใจใช้ ถ้าไม่อยากให้เค้าเก็บข้อมูลเลย ก็ต้อง setup VPN Server เองครับ
VPN ทำให้เน็ตช้าไหม? ตอบได้ไม่เต็มปากว่า "จริง" หรือ "ไม่จริง" มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้ง Location ของ Server VPN, Protocol ที่ใช้, Bandwidth และ Load ของ Server VPN, และการตั้งค่าต่างๆ ถ้าเราเลือกใช้ VPN ที่ดี ตั้งค่าให้เหมาะสม ก็สามารถใช้ VPN ได้โดยที่เน็ตไม่ช้าลงมากนัก แถมยังได้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นด้วย ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ดูนะ มีอะไรน่าสนใจเยอะเลย