Disk Encryption เข้ารหัส Hard Drive Security

Disk Encryption เข้ารหัส Hard Drive

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Disk Encryption: ป้องกันข้อมูลลับบน Hard Drive แบบมือโปร

Disk Encryption หรือ การเข้ารหัสทั้งลูก (Hard Drive/SSD) มันเหมือนเราเอากล่องเหล็กมาใส่ข้อมูลสำคัญ แล้วล็อคกุญแจแน่นหนา ใครไม่มีกุญแจก็เปิดไม่ได้ แม้จะยกกล่องไปทั้งใบก็ตาม สมัยผมทำร้านเน็ตเคยเจอเด็กแอบลงโปรแกรมดักพาสเวิร์ดเกมส์ ถ้าเราเข้ารหัสไว้ ต่อให้มันถอด Hard Drive ไปเสียบเครื่องอื่น ก็อ่านข้อมูลไม่ได้ เจ๋งป่ะล่ะ?

ทำไมต้องเข้ารหัส?

คิดง่ายๆ เลย ข้อมูลเรามีค่า! ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย เอกสารสำคัญ หรือแม้แต่ข้อมูลธุรกิจ ถ้าเกิด Hard Drive หาย โดนขโมย หรือคอมพิวเตอร์พัง แล้วไม่ได้เข้ารหัสไว้ คนที่ได้ไปก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หมด ลองนึกภาพตามนะ, พาสเวิร์ดธนาคาร, ข้อมูลลูกค้า, แผนธุรกิจรั่วไหลไปถึงคู่แข่ง... หายนะชัดๆ!

Disk Encryption ช่วยป้องกันข้อมูลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการโจรกรรมข้อมูล การกู้ข้อมูลจาก Hard Drive ที่เสียแล้ว หรือแม้แต่การถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูล (ในบางกรณี) มันคือปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยปกป้องข้อมูลของเรา

เข้ารหัสแบบไหนดี? Software vs. Hardware

มี 2 แบบหลักๆ ให้เลือกใช้:

สมัยผมทำร้านเน็ต ใช้ Software Encryption เป็นหลัก เพราะประหยัดงบดี แต่ถ้าเป็นข้อมูลสำคัญมากๆ เช่น ข้อมูลบัญชีบริษัท ก็จะใช้ Hardware Encryption เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

แล้วแบบไหนเหมาะกับเรา? ลองดูตารางนี้:

คุณสมบัติ Software Encryption Hardware Encryption
ความเร็ว ปานกลาง เร็ว
ความปลอดภัย ดี ดีมาก
ราคา ฟรี (ถ้ามีมากับ OS) แพงกว่า
ความง่ายในการใช้งาน ง่าย ปานกลาง

วิธีเข้ารหัส Hard Drive (Step-by-Step)

ผมจะยกตัวอย่างการเข้ารหัสด้วย BitLocker บน Windows นะ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและนิยมใช้กันมากที่สุด

เข้ารหัสด้วย BitLocker (Windows)

  1. เปิด BitLocker: ไปที่ Control Panel -> System and Security -> BitLocker Drive Encryption
  2. เลือก Drive ที่ต้องการเข้ารหัส: เลือก Drive ที่ต้องการเข้ารหัส (เช่น C:) แล้วคลิก "Turn on BitLocker"
  3. เลือกว่าจะเก็บ Recovery Key ไว้ที่ไหน: BitLocker จะให้เราเลือกว่าจะเก็บ Recovery Key ไว้ที่ไหน Recovery Key คือกุญแจสำรอง ถ้าเกิดลืมพาสเวิร์ด หรือมีปัญหาในการเข้าถึง Drive เราสามารถใช้ Recovery Key นี้ในการปลดล็อคได้ แนะนำให้เก็บ Recovery Key ไว้ใน USB Drive หรือ Print เก็บไว้
  4. เลือกว่าจะเข้ารหัสทั้ง Drive หรือเฉพาะพื้นที่ที่ใช้งาน: BitLocker จะให้เราเลือกว่าจะเข้ารหัสทั้ง Drive หรือเฉพาะพื้นที่ที่ใช้งาน ถ้าเลือกเข้ารหัสทั้ง Drive จะใช้เวลานานกว่า แต่จะปลอดภัยกว่า
  5. Run BitLocker system check: BitLocker จะให้เรา Run BitLocker system check เพื่อตรวจสอบว่าระบบของเราพร้อมสำหรับการเข้ารหัสหรือไม่
  6. Restart คอมพิวเตอร์: หลังจาก Restart คอมพิวเตอร์ BitLocker จะเริ่มทำการเข้ารหัส Drive

ระหว่างการเข้ารหัส อย่าปิดคอมพิวเตอร์ หรือถอดปลั๊ก เพราะอาจจะทำให้ข้อมูลเสียหายได้ รอจนกว่าการเข้ารหัสจะเสร็จสมบูรณ์


# ตัวอย่างการใช้ Powershell ในการเปิด BitLocker
Enable-BitLocker -MountPoint "C:" -EncryptionMethod Aes256 -RecoveryPasswordProtector

หลังจากเข้ารหัสเสร็จ เวลาเปิดคอมพิวเตอร์ จะต้องใส่พาสเวิร์ด BitLocker ก่อนถึงจะเข้า Windows ได้ ใครไม่มีพาสเวิร์ดก็เข้าไม่ได้! เจ๋งไปเลยใช่มั้ยล่ะ?

ข้อควรระวังในการใช้ Disk Encryption

Disk Encryption เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการปกป้องข้อมูลของเรา แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ถ้าทำตามขั้นตอนที่ผมแนะนำ รับรองว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยแน่นอน ลองเข้าไปดูบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Security ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

มีคำถามเกี่ยวกับ Disk Encryption เยอะแยะเลย ผมรวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบให้แล้ว

Q: Disk Encryption ทำให้คอมพิวเตอร์ช้าลงไหม?

A: อาจจะมีผลบ้าง แต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะถ้าใช้ Hardware Encryption หรือ SSD สมัยนี้คอมพิวเตอร์แรงขึ้นเยอะ ผลกระทบเลยน้อยลงไปมาก

Q: ถ้า Hard Drive เสีย จะกู้ข้อมูลได้ไหม?

A: ยากขึ้นมาก ถ้า Hard Drive เสียแบบ Physical (เช่น หัวอ่านพัง) การกู้ข้อมูลก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งเข้ารหัสไว้ด้วย ก็ยิ่งยากเข้าไปอีก แต่ถ้า Hard Drive เสียแบบ Logical (เช่น ไฟล์ระบบเสียหาย) ก็อาจจะยังกู้ได้ ถ้ามี Recovery Key

Q: Disk Encryption จำเป็นสำหรับทุกคนไหม?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าเรามีข้อมูลสำคัญอะไรบ้าง ถ้าไม่มีข้อมูลสำคัญอะไรเลย ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเข้ารหัส แต่ถ้ามีข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย เอกสารสำคัญ หรือข้อมูลธุรกิจ ผมแนะนำให้เข้ารหัสไว้ เพื่อความปลอดภัย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย หรือเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ได้เลยครับ

Disk Encryption เข้ารหัส Hard Drive Part 2

🎬 วิดีโอแนะนำ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับDisk Encryption เข้ารหัส Hard :

Best Practices ในการเข้ารหัส Disk

เลือก Algorithm ที่แข็งแกร่ง

สมัยผมทำร้านเน็ต ผมเคยเจอพวกเด็กๆ เก่งๆ พยายามแคร็กระบบนู่นนี่นั่น Algorithm ที่อ่อนแอคือเป้าหมายแรกๆ เลย เลือก algorithm ที่มันแข็งแรงๆ หน่อย อย่าง AES-256 นี่ก็ยังใช้ได้ดีอยู่

Backup Key เอาไว้

อันนี้สำคัญสุดๆ! เคยมีลูกค้าทำ key หาย แล้วข้อมูลทั้งหมดคือจบเห่เลย Backup key เอาไว้หลายๆ ที่ ที่ปลอดภัยนะ อย่าเอาไปใส่ไว้ใน cloud ที่ไม่น่าเชื่อถือ

Update Software สม่ำเสมอ

Software เข้ารหัสก็เหมือน software อื่นๆ มีช่องโหว่ได้เสมอ Update ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ผมเคยเจอเคสที่ ransomware เจาะเข้าระบบได้เพราะ software เก่ามาก ไม่ได้ update เป็นปีๆ

ทดสอบ Recovery Process

อย่าคิดว่าเข้ารหัสแล้วจบ ต้องทดสอบ recovery process ด้วยนะ ลองกู้ข้อมูลดูจริงๆ ว่าทำได้ไหม เคยมีคนเข้ารหัสอย่างดี แต่พอจะกู้จริงๆ กลับกู้ไม่ได้ เพราะลืมขั้นตอน หรือทำผิดวิธี

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องเข้ารหัส Disk?

ข้อมูลสำคัญๆ ที่อยู่ในเครื่องเรา มันมีค่ามากกว่าที่เราคิด ถ้าเครื่องหาย หรือโดนขโมย อย่างน้อยข้อมูลก็ยังปลอดภัย ไม่รั่วไหลออกไป

Disk Encryption ทำให้เครื่องช้าลงไหม?

มีผลแน่นอน แต่ไม่มาก สมัยก่อนตอน CPU ยังไม่แรง มันเห็นผลชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้ CPU แรงขึ้นเยอะ ผลกระทบน้อยลงมาก จนแทบไม่รู้สึก

ถ้าลืม Password จะทำยังไง?

ซวยเลย! ส่วนใหญ่คือจบเห่ กู้ไม่ได้เลย นี่แหละถึงต้อง backup key เอาไว้ไง

ใช้ BitLocker ฟรีไหม?

BitLocker ที่มากับ Windows Pro หรือ Enterprise คือฟรี แต่ถ้าใช้ Windows Home จะไม่มี BitLocker ต้องหา software อื่นมาใช้แทน

เข้ารหัสทั้งลูก หรือเข้ารหัสแค่บาง Folder ดี?

ถ้าข้อมูลสำคัญๆ อยู่แค่บาง folder เข้ารหัสแค่ folder นั้นก็ได้ แต่ถ้าขี้เกียจ หรือกลัวลืม เข้ารหัสทั้งลูกไปเลยก็ดี

สรุป

Disk Encryption เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปกป้องข้อมูลของเรา สมัยนี้ภัยคุกคามทางไซเบอร์มันเยอะขึ้นทุกวัน การเข้ารหัส disk เป็นเหมือนเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ถึงแม้จะยุ่งยากนิดหน่อย แต่คุ้มค่าแน่นอน ลองศึกษาดู แล้วเลือกวิธีที่เหมาะกับเรา iCafeForex ก็มีบทความเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ลองเข้าไปอ่านดูได้

อย่าลืมว่าข้อมูลของเรามีค่า อย่าปล่อยให้มันตกอยู่ในมือคนที่ไม่หวังดี SiamCafe Blog ก็มีบทความเกี่ยวกับ IT อีกเยอะแยะ ลองเข้าไปอ่านกันนะ