Hardware
RAM (Random Access Memory) เนี่ย เปรียบเสมือนโต๊ะทำงานของคอมพิวเตอร์เรา ยิ่งโต๊ะใหญ่ ก็ยิ่งวางของ (โปรแกรม) ได้เยอะ ทำงานพร้อมกันได้สบายๆ แต่ถ้า RAM น้อย หรือมีโปรแกรมบางตัว "กิน" RAM เกินจำเป็น เครื่องเราก็จะอืดอาด หน่วง ช้า เหมือนโต๊ะทำงานรกไปด้วยเอกสารที่ไม่จำเป็น
สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เจอลูกค้าบ่นเรื่องเครื่องช้าบ่อยมาก สาเหตุหลักๆ เลยก็คือ RAM ไม่พอใช้งาน เพราะโปรแกรมต่างๆ มันแย่ง RAM กันนั่นเอง เดี๋ยวเรามาดูกันว่าทำไมมันถึงสำคัญ และเราจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงใน Windows 11
RAM มีผลต่อความเร็วของคอมพิวเตอร์โดยตรง ถ้า RAM เหลือน้อย ระบบปฏิบัติการ (OS) จะต้องสลับข้อมูลจาก RAM ไปเก็บไว้ใน Hard Disk (หรือ SSD) แทน ซึ่งการอ่านเขียนข้อมูลจาก Hard Disk มันช้ากว่า RAM มาก ทำให้เรารู้สึกว่าเครื่องมันหน่วงๆ กระตุกๆ นั่นแหละ
โปรแกรมบางตัวอาจจะกิน RAM เยอะเกินความจำเป็น เช่น โปรแกรมที่รันอยู่เบื้องหลัง (background process) หรือโปรแกรมที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วแต่ยังเปิดค้างไว้ พวกนี้แหละตัวดีที่ทำให้ RAM เราเต็มเร็ว
Windows 11 มีเครื่องมือ Task Manager ที่ช่วยให้เราตรวจสอบการใช้งาน RAM ของแต่ละโปรแกรมได้ง่ายๆ ทำตามนี้เลย:
ถ้าเจอโปรแกรมที่น่าสงสัย ก็ลอง Google ดูว่ามันคืออะไร และจำเป็นต้องรันไว้หรือไม่ ถ้าไม่จำเป็น ก็ปิดมันซะ!
มีหลายวิธีในการปิดโปรแกรมกิน RAM ใน Windows 11 แต่ละวิธีก็เหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป:
วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับปิดโปรแกรมที่เรากำลังใช้งานอยู่ แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว:
โปรแกรมบางตัวจะรันเองอัตโนมัติเมื่อเราเปิดเครื่อง วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้โปรแกรมเหล่านั้นกิน RAM ตั้งแต่เริ่มต้น:
Windows 11 อนุญาตให้บางแอปทำงานอยู่เบื้องหลังได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานอยู่ก็ตาม วิธีนี้จะช่วยลดการใช้ RAM และ CPU:
Services คือโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังระบบปฏิบัติการ บาง Services ไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานทั่วไป การปิด Services เหล่านี้จะช่วยเพิ่ม RAM และประสิทธิภาพของเครื่อง:
ข้อควรระวัง: การปิด Services ผิด อาจทำให้ระบบปฏิบัติการทำงานผิดปกติได้ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนปิด Services ใดๆ
ลองอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ดูนะครับ มีทริคดีๆ อีกเยอะเลย
| วิธี | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Task Manager (End Task) | ง่าย รวดเร็ว | ต้องทำซ้ำทุกครั้งที่เปิดเครื่อง | ปิดโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ |
| Startup Apps (Disable) | ป้องกันโปรแกรมรันตอนเปิดเครื่อง | ต้องรู้ว่าโปรแกรมไหนไม่จำเป็น | โปรแกรมที่รันเองตอนเปิดเครื่อง |
| Background Apps (Never) | ลดการใช้ RAM และ CPU | ต้องตั้งค่าทีละแอป | แอปที่ทำงานเบื้องหลัง |
| Services (Disabled) | เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องอย่างเห็นได้ชัด | อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ | ผู้ใช้ที่มีความรู้ด้าน IT |
สำหรับคนที่ชอบใช้ Command Line (CMD) ก็สามารถปิด Services ได้เหมือนกัน:
net stop "ชื่อ Service"
sc config "ชื่อ Service" start= disabled
คำอธิบาย:
net stop "ชื่อ Service": สั่งให้หยุด Service นั้นๆsc config "ชื่อ Service" start= disabled: ตั้งค่าไม่ให้ Service นั้นรันเองตอนเปิดเครื่องตัวอย่าง:
net stop "Print Spooler"
sc config "Print Spooler" start= disabled
ข้อควรระวัง: ระวังเรื่องชื่อ Service ให้ถูกต้องด้วยนะครับ พิมพ์ผิดชีวิตเปลี่ยน!
การจัดการ RAM เป็นเรื่องสำคัญมากในการทำให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้อย่างราบรื่น ลองทำตามวิธีที่ผมแนะนำไป รับรองว่าเครื่องของคุณจะเร็วขึ้นอย่างแน่นอน อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะครับ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับปิดโปรแกรมกิน RAM ใน Windows 11:
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เคยเจอเด็กปิด Services พวก Print Spooler เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้ ปรากฏว่าลูกค้าสั่งปริ้นท์ไม่ได้ซะงั้น! ดูให้ดีก่อนปิดนะจ๊ะ ว่ามันคืออะไร มีผลกระทบกับโปรแกรมอื่นรึเปล่า
เปิด Task Manager ดูบ่อยๆ (Ctrl+Shift+Esc) สังเกต Processes ที่กิน CPU หรือ Memory ผิดปกติ บางทีอาจจะเป็นโปรแกรมแอบ run หรือ Malware ก็ได้ ถ้าเจออะไรแปลกๆ Google ด่วนๆ เลย
Resource Monitor เป็นเครื่องมือที่ Windows มีให้อยู่แล้ว เข้าไปดูได้โดยพิมพ์ "resmon" ในช่อง Search มันจะบอกรายละเอียดการใช้ CPU, Memory, Disk, Network ละเอียดกว่า Task Manager อีกเยอะ ช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาได้ลึกขึ้น
หลายครั้งที่ปัญหา Memory Leak หรือโปรแกรมกิน RAM เยอะๆ เกิดจาก Bug ใน Windows หรือ Driver อัพเดทให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
บางโปรแกรมอาจจะไม่ได้คืน RAM ทันทีหลังปิด Windows จะจัดการ Memory เองตามความเหมาะสม ถ้าอยากให้คืน RAM เร็วๆ ลอง Restart เครื่องดูครับ
Anti-virus จำเป็นต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อป้องกันไวรัส ลองปรับการตั้งค่าให้สแกนเฉพาะช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน หรือเปลี่ยนไปใช้ Anti-virus ตัวอื่นที่กิน Resource น้อยกว่า iCafeForex เคยแนะนำไว้หลายตัว ลองไปหาอ่านดู
ถ้าปิดโปรแกรม Startup ที่จำเป็นต่อการทำงานของ Windows หรือโปรแกรมอื่นๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ ศึกษาข้อมูลของแต่ละโปรแกรมก่อนปิดเสมอ
Virtual Memory หรือ Page File เป็นเหมือน RAM สำรอง ถ้า RAM จริงไม่พอ Windows จะใช้ Virtual Memory ช่วย แต่การเข้าถึงข้อมูลใน Virtual Memory จะช้ากว่า RAM จริง ดังนั้นถ้า RAM เหลือน้อยมากๆ การเพิ่ม RAM จริงจะช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น
Clean Boot คือการ Start Windows โดยปิด Service และ Startup Program ทั้งหมด ใช้สำหรับ troubleshooting ปัญหาที่เกิดจากโปรแกรม Third-party ถ้าเครื่องทำงานได้ปกติหลังจาก Clean Boot แสดงว่าปัญหาเกิดจากโปรแกรมที่เราปิดไปนั่นเอง
การจัดการ RAM ใน Windows 11 เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ การปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น การตรวจสอบ Task Manager เป็นประจำ การอัพเดท Windows และ Drivers ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ อย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog เพื่ออ่านบทความ IT ดีๆ อีกมากมาย