Programming
น้องๆ ที่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ยุค 2026 ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นี่เห็นเด็กๆ มานั่งเล่นเกมกันเยอะแยะ แต่ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะ Coding ไม่ใช่แค่เรื่องของ Geek อีกต่อไป แต่เป็นทักษะสำคัญในทุกอุตสาหกรรม
บทความนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ 28+ ปีในวงการ IT เล่าให้ฟังแบบพี่สอนน้องว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ไปต่อยังไง ถึงจะรุ่งในยุค AI ครองเมือง
ลองนึกภาพเราขับรถไปต่างจังหวัด ถ้าไม่มีแผนที่ ไม่มี GPS เราจะไปถึงจุดหมายได้ยังไง? การเป็น Developer ก็เหมือนกัน ถ้าไม่มี Roadmap ที่ชัดเจน เราก็จะหลงทาง เสียเวลา และอาจจะท้อแท้ไปก่อน
Roadmap จะช่วยให้เราเห็นภาพรวม รู้ว่าต้องเรียนรู้อะไรบ้าง ฝึกฝนยังไง และจะไปต่อยอดอะไรได้บ้าง ที่สำคัญคือมันช่วยให้เราโฟกัส ไม่วอกแวกไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
ก่อนจะสร้างบ้าน เราต้องมีฐานรากที่แข็งแรง การเป็น Developer ก็เหมือนกัน เราต้องมีพื้นฐาน Programming ที่ดีเสียก่อน สมัยผมเริ่มเขียนโปรแกรมใหม่ๆ นี่ลำบากมาก ไม่มี Google ไม่มี Stack Overflow ต้องอ่านหนังสืออย่างเดียวเลย
ภาษา Programming มีเยอะแยะมากมาย แต่ละภาษาก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้เริ่มจากภาษาที่เข้าใจง่าย มี Community ใหญ่ และมี Library เยอะ
Python: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ Syntax ไม่ซับซ้อน มี Library เยอะมาก เหมาะกับการทำ Data Science, Machine Learning และ Web Development
# ตัวอย่าง Python code
print("Hello, World!")
JavaScript: เป็นภาษาที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำ Web Development ทุกวันนี้ Web App ส่วนใหญ่เขียนด้วย JavaScript หรือ Framework ที่ต่อยอดมาจาก JavaScript
// ตัวอย่าง JavaScript code
console.log("Hello, World!");
Java: เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เหมาะกับการทำ Enterprise Application และ Android App
// ตัวอย่าง Java code
public class Main {
public static void main(String[] args) {
System.out.println("Hello, World!");
}
}
Data Structures คือวิธีการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ Algorithms คือขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งสองอย่างนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเขียนโปรแกรมที่ดี
ลองนึกภาพเรามีข้อมูลเป็นล้านๆ รายการ ถ้าเราไม่รู้ว่าจะจัดเก็บยังไง จะค้นหายังไง โปรแกรมของเราก็จะทำงานช้ามาก หรืออาจจะทำงานไม่ได้เลย
Data Structures ที่ควรรู้จัก: Array, Linked List, Stack, Queue, Tree, Graph
Algorithms ที่ควรรู้จัก: Sorting, Searching, Dynamic Programming, Graph Algorithms
การ Coding เหมือนการขี่จักรยาน ต้องฝึกฝนบ่อยๆ ถึงจะเก่งได้ อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก หาโจทย์มาทำเยอะๆ เข้าร่วม Open Source Project หรือ Hackathon ก็เป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝน
สมัยผมหัดเขียนโปรแกรมใหม่ๆ นี่นั่งแก้ Bug ทั้งวันทั้งคืน แต่พอแก้ได้แล้วมันภูมิใจมาก
ลองเข้าไปดูโจทย์ Coding ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ ผมรวบรวมโจทย์ไว้เยอะเลย
พอเรามีพื้นฐาน Programming ที่ดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเลือกสายงานที่เราสนใจ จะเป็น Web Developer, Mobile Developer, Data Scientist, AI Engineer หรืออะไรก็ได้
Web Development คือการพัฒนาเว็บไซต์และ Web Application มีสองส่วนหลักๆ คือ Frontend (ส่วนที่ผู้ใช้มองเห็น) และ Backend (ส่วนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง)
Frontend: HTML, CSS, JavaScript, React, Angular, Vue.js
Backend: Python (Django, Flask), JavaScript (Node.js), Java (Spring), PHP (Laravel)
Mobile Development คือการพัฒนา Application สำหรับโทรศัพท์มือถือ มีสอง Platform หลักๆ คือ iOS (iPhone) และ Android
iOS: Swift, Objective-C
Android: Java, Kotlin
Data Science คือการใช้สถิติและ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและหา Insight มีความต้องการสูงมากในยุคปัจจุบัน
ภาษาที่ใช้: Python, R
เครื่องมือที่ใช้: Pandas, NumPy, Scikit-learn, TensorFlow, PyTorch
AI Engineering คือการนำ Machine Learning Model มาใช้งานจริงใน Production System ต้องการความรู้ทั้งด้าน Machine Learning และ Software Engineering
ภาษาที่ใช้: Python
เครื่องมือที่ใช้: TensorFlow, PyTorch, Docker, Kubernetes
| สายงาน | ภาษา/เครื่องมือที่ใช้ | ลักษณะงาน | ความต้องการของตลาด |
|---|---|---|---|
| Web Developer | HTML, CSS, JavaScript, React, Node.js | สร้างและดูแลเว็บไซต์และ Web Application | สูงมาก |
| Mobile Developer | Swift, Kotlin, Java | สร้างและดูแล Application บนมือถือ | สูง |
| Data Scientist | Python, R, Pandas, Scikit-learn | วิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง Machine Learning Model | สูงมาก |
| AI Engineer | Python, TensorFlow, PyTorch, Docker | นำ Machine Learning Model มาใช้งานจริง | สูงมาก |
วงการ IT เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ถ้าหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่ เราก็จะตกยุคทันที
อ่าน Blog, ดู YouTube, ฟัง Podcast ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เราสนใจ เข้าร่วม Community Online หรือ Meetup Offline เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับคนอื่นๆ
ลองเข้าไปอ่าน Blog ของ SiamCafe ดูนะครับ ผมอัพเดทข่าวสารและ Trend ใหม่ๆ อยู่เสมอ SiamCafe Blog
อย่ากลัวที่จะลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ สร้าง Project เล็กๆ ขึ้นมาเพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น ถ้าไม่ลองเราก็จะไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี เหมาะกับเราหรือไม่เหมาะกับเรา
Portfolio คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถอะไรบ้าง สร้าง Portfolio ของเราให้ดี อัพเดทอยู่เสมอ เพราะมันจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการหางาน
สมัยผมหางานใหม่ๆ นี่ Portfolio สำคัญมาก บริษัทจะดู Portfolio ก่อนที่จะเรียกเราไปสัมภาษณ์
สุดท้ายนี้ ผมขอให้น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในการเป็น Developer นะครับ อย่าท้อแท้ ตั้งใจฝึกฝน เรียนรู้อยู่เสมอ แล้วเราจะไปถึงจุดหมายที่เราตั้งไว้แน่นอน
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เนี่ย โค้ดใครโค้ดมัน อ่านกันแทบไม่รู้เรื่อง พอมาเจอโปรเจคใหญ่ๆ ถึงได้รู้ว่า การเขียนโค้ดให้คนอื่นอ่านง่าย สำคัญกว่าเขียนให้คอมพ์เข้าใจซะอีก ลองคิดว่าตัวเองกำลังเขียนเรียงความ อธิบายให้เพื่อนฟัง จะทำให้โค้ดเราเป็นระเบียบ อ่านง่ายขึ้นเยอะ
// Bad code
function a(b,c){return b+c;}
// Good code
function addNumbers(number1, number2) {
return number1 + number2;
}
เห็นไหมครับ ชื่อตัวแปร ชื่อฟังก์ชัน สำคัญหมด พยายามสื่อความหมายให้ชัดเจนที่สุด
เมื่อก่อน ตอนยังไม่มี Git เนี่ย แก้โค้ดทีนึง ต้อง copy ไฟล์เก็บไว้เป็นร้อย version "backup_v1", "backup_v2_final", "backup_v3_final_real"... ปวดหัวมาก! พอมาใช้ Git ชีวิตดีขึ้นเยอะ อยากย้อนกลับไปดูโค้ดเก่า แก้พลาดก็ไม่กลัว Commit บ่อยๆ Branch ให้เป็น ระเบียบวินัยเหล่านี้สำคัญมาก
git add .
git commit -m "Fix: Resolved issue with user authentication"
git push origin main
จำไว้เลยครับ Version Control ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่มันคือเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจของ Developer ทุกคน
เคยไหมครับ ติดปัญหาอะไรสักอย่าง หมกมุ่นอยู่คนเดียวเป็นวันๆ สุดท้ายพอไปถามคนอื่น กลับได้คำตอบง่ายๆ ภายใน 5 นาที สมัยก่อนผมก็เป็น! อย่ากลัวที่จะถามครับ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ถามใน Stack Overflow, ถามเพื่อนร่วมงาน, ถามในกลุ่ม Dev ต่างๆ ได้หมด ยิ่งถามเยอะ ยิ่งเก่งเร็ว
แต่! ก่อนถาม ลองพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนนะ หาข้อมูล อ่าน document ลองทำตาม tutorial ดู ถ้าทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้ผล ค่อยถามคนอื่น พร้อมกับอธิบายสิ่งที่เราทำไปแล้วอย่างละเอียด จะช่วยให้คนอื่นเข้าใจปัญหาของเราได้ง่ายขึ้น
คำถามยอดฮิต! ผมแนะนำว่าให้เริ่มจากภาษาที่เข้าใจง่าย มี community ใหญ่ มี tutorial เยอะ อย่างเช่น Python หรือ JavaScript ก็ได้ครับ ที่สำคัญคือ เลือกภาษาที่เราสนใจ จะได้มีแรงจูงใจในการเรียนรู้
อีกอย่างที่สำคัญกว่าภาษาคือ "Concept" พื้นฐานของ Programming พวกตัวแปร, loop, conditional statement อะไรพวกนี้ ต้องแม่น ถ้าเข้าใจ concept แล้ว จะเรียนภาษาอะไรก็ง่าย
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากทำอะไร ถ้าอยากทำ Web Frontend ก็ React, Angular, Vue.js ถ้าอยากทำ Web Backend ก็ Node.js, Python (Django/Flask), PHP (Laravel) เลือก Framework ที่เหมาะกับงานที่เราอยากทำ และที่สำคัญคือ เลือก Framework ที่มีคนใช้เยอะ มี document ดีๆ จะช่วยให้เราเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
แน่นอนว่าประสบการณ์มีผล แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "Skill" และ "Attitude" ถ้าเรามี Skill ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ และมี Attitude ที่ดี พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง บริษัทส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะให้โอกาส
ลองสร้าง Portfolio เล็กๆ ทำ Project ส่วนตัว หรือ Contributor Open Source ก็ได้ครับ จะช่วยให้เรามีผลงานไปแสดงให้บริษัทเห็น
สบายมาก! สมัยผมทำ SiamCafe.net ก็มีน้องๆ ที่จบไม่ตรงสายมาทำงานเยอะแยะ ที่สำคัญคือใจรักและความขยัน ถ้าเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ไม่ว่าจบอะไรมาก็เป็น Developer เก่งๆ ได้
เส้นทาง Developer ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องเจอปัญหา ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แต่ถ้าเรามี Passion มีความมุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็น Developer ที่ประสบความสำเร็จได้แน่นอน!
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ และถ้าสนใจเรื่อง Forex ลองดูที่ iCafeForex ได้เลย