Developer Burnout Prevention Guide IT General

Developer Burnout Prevention Guide

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Developer Burnout Prevention Guide by อ.บอม SiamCafe.net

Developer Burnout Prevention Guide คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ developer หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า "Burnout" กันมาบ้างแล้วเนอะ สมัยพี่ทำร้านเน็ต SiamCafe.net ช่วงแรกๆ นี่แหละ ตัวดีเลย! เพราะเราต้องทำทุกอย่างเองหมด ตั้งแต่ซ่อมเครื่อง ยันเขียนโปรแกรมจัดการร้าน แถมต้องคอยตอบคำถามลูกค้าอีก เหนื่อยสุดๆ

Burnout มันคือภาวะหมดไฟในการทำงานนั่นแหละ น้องจะรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย ทำงานก็ไม่มีความสุข รู้สึกเบื่อหน่าย และส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวด้วยนะ ถ้าไม่ป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ชีวิตพังได้เลยนะจะบอกให้

ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าน้องๆ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโลก IT ไงล่ะ! ถ้าหมดไฟกันหมด ใครจะเขียนโปรแกรมให้เราใช้ ใครจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา? ดังนั้นการป้องกัน Burnout จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ทั้งต่อตัวน้องเอง และต่อวงการ IT โดยรวมเลยนะ

พื้นฐานที่ต้องรู้

เข้าใจตัวเองก่อนเลย

ก่อนอื่นเลย น้องต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้น้องเครียด อะไรคือสิ่งที่ทำให้น้องรู้สึกหมดพลัง สมัยพี่ทำร้านเน็ต พี่รู้เลยว่าการที่ต้องแก้ปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ มันทำให้พี่เบื่อมาก พี่เลยพยายามหาทาง automate งานพวกนั้นให้ได้มากที่สุด

น้องอาจจะลองจดบันทึกดูว่าในแต่ละวันน้องทำอะไรบ้าง แล้วน้องรู้สึกอย่างไรกับแต่ละกิจกรรม จะได้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น

รู้จักแบ่งเวลา

การแบ่งเวลาเป็นสิ่งสำคัญมากๆ น้องต้องให้เวลากับการทำงาน การพักผ่อน และกิจกรรมอื่นๆ ที่น้องชอบอย่างสมดุล สมัยพี่นี่ติดเกม Counter-Strike มาก (สมัยก่อนฮิตสุดๆ) ก็ต้องแบ่งเวลาให้ดี เล่นมากไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวไม่มีแรงทำงาน

น้องอาจจะลองใช้เทคนิค Pomodoro ก็ได้ ทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ วิธีนี้จะช่วยให้น้องมีสมาธิมากขึ้น และไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป

เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ

น้องๆ หลายคนอาจจะรู้สึกเกรงใจที่จะปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมายมา แต่บางครั้งน้องก็ต้องรู้จักปฏิเสธบ้างนะ ถ้างานมันเยอะเกินไป หรือน้องไม่มีเวลาจริงๆ การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าน้องไม่เก่ง แต่มันแปลว่าน้องรู้จักบริหารจัดการเวลาของตัวเองได้ดีต่างหาก

สมัยพี่ก็เคยเจอเคสที่ลูกค้าอยากได้ฟีเจอร์แปลกๆ ที่มันไม่ได้อยู่ใน scope งาน พี่ก็ต้องอธิบายให้เขาฟังว่ามันเกินความสามารถของเรา และเราไม่สามารถทำให้เขาได้จริงๆ

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

เอาล่ะ ทีนี้มาดูวิธีการป้องกัน Burnout กันบ้าง บอกเลยว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่ต้องมีวินัยและทำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปได้

การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดี แต่น้องต้องตั้งเป้าหมายที่มันชัดเจนและเป็นไปได้ด้วยนะ ถ้าเป้าหมายมันใหญ่เกินไป หรือยากเกินไป น้องอาจจะรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจได้

สมัยพี่ทำร้านเน็ต พี่จะตั้งเป้าหมายเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เช่น วันนี้ต้องซ่อมคอมพิวเตอร์ให้เสร็จ 5 เครื่อง สัปดาห์นี้ต้องเขียนโปรแกรมจัดการร้านให้เสร็จ 1 module เดือนนี้ต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้ 100 คน อะไรแบบนี้

พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมากๆ น้องต้องนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และควรหาเวลาพักผ่อนระหว่างวันด้วย เช่น ลุกขึ้นเดินเล่น ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือฟังเพลงที่ชอบ

สมัยพี่นี่ชอบงีบหลับตอนบ่ายๆ สัก 15-20 นาที มันช่วยให้พี่รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย

หากิจกรรมที่ชอบทำ

น้องควรหากิจกรรมที่ชอบทำนอกเหนือจากการทำงาน เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเติมพลังให้กับตัวเอง น้องอาจจะเล่นกีฬา อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง หรือทำอาหารก็ได้

พี่เองก็ชอบเล่นเกม ดูหนัง และฟังเพลงมากๆ มันช่วยให้พี่ลืมเรื่องเครียดๆ ไปได้เยอะเลย ลองเข้าไปดู SiamCafe Blog พี่อาจจะเขียนเรื่องเกมที่พี่ชอบไว้บ้างก็ได้

สร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน

น้องต้องพยายามสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานให้ได้ อย่าให้งานมากินเวลาส่วนตัวของน้องมากเกินไป น้องควรมีเวลาให้กับครอบครัว เพื่อนฝูง และกิจกรรมอื่นๆ ที่น้องชอบทำ

สมัยพี่นี่จะพยายามไม่ทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์ ยกเว้นแต่ว่าจะมีงานด่วนจริงๆ พี่จะให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างเต็มที่

ขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ

น้องไม่ต้องกลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ถ้างานมันยากเกินไป หรือน้องไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง น้องสามารถขอคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือ mentor ก็ได้

สมัยพี่ก็เคยขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่เก่งเรื่อง programming มากกว่าพี่ พวกเขาช่วยพี่แก้ปัญหาหลายๆ อย่างได้เยอะเลย

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

นอกจากวิธีที่พี่แนะนำไปแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมากมายที่น้องสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกัน Burnout ได้ แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป น้องต้องลองพิจารณาดูว่าวิธีไหนเหมาะกับน้องมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น การปรึกษาจิตแพทย์ การลาพักร้อน หรือการเปลี่ยนงาน ทั้งหมดนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่าย เวลา และผลกระทบต่ออาชีพการงานของน้องด้วย

ทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย
การพักผ่อนให้เพียงพอ ง่าย ทำได้ทุกวัน ฟรี ต้องมีวินัย
การหากิจกรรมที่ชอบทำ ช่วยลดความเครียด เติมพลัง ต้องใช้เวลา
การปรึกษาจิตแพทย์ ช่วยแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง
การลาพักร้อน ช่วยให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ต้องใช้เวลา และอาจมีผลกระทบต่อการทำงาน
การเปลี่ยนงาน ช่วยให้ได้เริ่มต้นใหม่ มีความเสี่ยง และต้องใช้เวลาในการปรับตัว

จำไว้ว่าไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน น้องต้องลองผิดลองถูก และหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ลองแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog อาจจะมีไอเดียดีๆ เพิ่มเติมก็ได้นะ

สุดท้ายนี้ พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ developer ทุกคน อย่าท้อแท้กับอุปสรรคที่เข้ามา และจงสนุกกับการเขียนโปรแกรมต่อไป!

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

น้องๆ Developer ที่รักทุกคน สมัยพี่ทำร้านเน็ต SiamCafe นี่แหละ คือช่วงที่พี่ Burnout หนักมาก เพราะต้องแก้ปัญหาทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ตั้งแต่ลง Windows ยัน config Router แถมต้องรับมือกับลูกค้าสารพัดรูปแบบอีก โอ๊ย! คิดแล้วปวดเฮด

แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนให้พี่รู้ว่า การป้องกัน Burnout สำคัญกว่าการรักษาเยอะ เพราะถ้ามันมาแล้ว มันจะลากเราดิ่งเหวแบบกู่ไม่กลับเลยนะ

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. แบ่งเวลาให้ชัดเจน Work-Life Balance นี่สำคัญสุดๆ

สมัยก่อนพี่บ้างานมาก ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อวัน คิดว่าตัวเองเป็น Superman แต่สุดท้ายร่างกายมันฟ้อง ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าต้องแบ่งเวลาให้ชัดเจน เวลาทำงานก็ทำงาน เวลาพักผ่อนก็พักผ่อน อย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน อย่าเช็คอีเมลหลัง 6 โมงเย็น ปิดแจ้งเตือนทุกอย่าง แล้วไปทำอย่างอื่นบ้าง ไปออกกำลังกาย ไปดูหนัง ไปกินข้าวกับครอบครัว ไปนั่งจิบกาแฟชิลๆ อะไรก็ได้ที่ทำให้เราผ่อนคลาย

2. Delegate งานบ้าง อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว

พี่เข้าใจนะว่าบางทีเราอยากทำทุกอย่างเอง เพราะกลัวคนอื่นทำได้ไม่ดีเท่าเรา แต่เชื่อพี่เถอะ ไม่มีใครเก่งทุกเรื่องหรอก แล้วการที่เราแบกทุกอย่างไว้คนเดียว มันจะทำให้เราเหนื่อยเร็วมาก หัด Delegate งานให้คนอื่นบ้าง สอนงานให้เขา ทำงานเป็นทีม มันจะช่วยลดภาระเราไปได้เยอะเลย

3. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง

โลก IT มันเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าเราหยุดเรียนรู้ เราก็จะตามไม่ทัน แล้วก็จะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า ไม่เก่งเหมือนคนอื่น ซึ่งมันจะทำให้เรา Burnout ได้ง่ายมาก หาเวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องงานอย่างเดียวก็ได้ เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เรียนรู้การทำอาหาร เรียนรู้การเล่นดนตรี อะไรก็ได้ที่ทำให้เราสนุกและรู้สึกว่าเราได้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

4. พักบ้างอะไรบ้าง อย่าโหมงานหนักเกินไป

เคยได้ยินไหม "Slow and steady wins the race" การทำงานหนักตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบความสำเร็จเร็วขึ้นเสมอไป บางทีมันอาจจะทำให้เรา Burnout ก่อนที่จะไปถึงเส้นชัยซะอีก หาเวลาพักผ่อนบ้าง ไปเที่ยวบ้าง ไปทำอะไรที่ตัวเองชอบบ้าง อย่าโหมงานหนักเกินไป

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำยังไงถ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง Burnout แล้ว?

อันดับแรกเลยคือ ต้องยอมรับความจริงก่อนว่าเรากำลัง Burnout แล้วก็อย่าโทษตัวเอง พยายามหาต้นเหตุว่าอะไรที่ทำให้เรา Burnout แล้วก็ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละอย่าง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ลองปรึกษาเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือผู้เชี่ยวชาญก็ได้

จะคุยกับหัวหน้ายังไงเรื่อง Burnout?

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนคุย รวบรวมข้อมูลว่าอะไรที่ทำให้เรา Burnout แล้วก็เสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้ให้หัวหน้าฟังอย่างตรงไปตรงมา เช่น ขอปรับลดปริมาณงาน ขอพักร้อน หรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน

มี App หรือ Tool อะไรที่ช่วยป้องกัน Burnout ได้บ้าง?

มีเยอะแยะเลยน้อง ลองหาดูใน Google หรือ App Store ได้เลย เช่น App ที่ช่วยจัดการเวลา App ที่ช่วยทำสมาธิ หรือ App ที่ช่วยติดตามสุขภาพจิต

สรุป

การป้องกัน Burnout ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและความสม่ำเสมอ หวังว่าเคล็ดลับที่พี่เอามาเล่าให้ฟังวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ Developer ทุกคนนะ แล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของตัวเองให้ดีๆ ด้วยนะน้อง

สำหรับใครที่สนใจเรื่อง Forex ลองแวะไปดูที่ iCafeForex ได้นะ

แล้วก็อย่าลืมติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับ IT ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ