Cloud
น้องๆ เคยเจอปัญหาเว็บโหลดช้าไหม? หรือโดนโจมตีจนเว็บล่มไปเลย? สมัยผมทำร้านเน็ตนี่เจอประจำ! Cloudflare Free Plan นี่แหละคือพระเอกของเรา มันช่วยให้เว็บเราเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น แถมยังฟรีอีกด้วยนะ
Cloudflare เหมือนเป็น "เกราะ" ที่คอยปกป้องเว็บเราจากพวก Hacker และยังช่วยให้เว็บโหลดเร็วขึ้นเพราะมันมี Server อยู่ทั่วโลก (CDN) ใครที่อยากมีเว็บดีๆ สักเว็บ Cloudflare นี่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ
ก่อนจะไปลุยกัน เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนดีกว่า จะได้ไม่งงเนอะ
DNS เนี่ย เปรียบเหมือนสมุดโทรศัพท์ของ Internet เลยนะ เวลาเราพิมพ์ชื่อเว็บ เช่น siamcafe.net เบราว์เซอร์เราจะไปถาม DNS Server ว่า "siamcafe.net อยู่ที่ IP Address อะไร?" แล้ว DNS Server ก็จะบอก IP Address ของเว็บเรากลับมาให้
CDN คือเครือข่าย Server ที่กระจายอยู่ทั่วโลก Cloudflare ใช้ CDN เพื่อเก็บสำเนาข้อมูลของเว็บเราไว้ใน Server เหล่านั้น พอคนเข้าเว็บเราจากประเทศไหน Cloudflare ก็จะส่งข้อมูลจาก Server ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ ทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้นมาก
SSL/TLS คือระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งระหว่างเว็บเรากับผู้ใช้งาน ทำให้ข้อมูลปลอดภัยจากการถูกดักจับ ใครสังเกต URL ที่ขึ้นต้นด้วย https:// นั่นแหละ คือเว็บที่ใช้ SSL/TLS แล้ว
เอาล่ะ! มาถึงขั้นตอนการใช้งานจริงกันแล้วนะ ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก
ผมจะพาทำทีละสเต็ปเลยนะ รับรองทำตามได้แน่นอน
อันดับแรก เข้าไปที่ Cloudflare แล้วสมัคร Account ฟรีซะก่อน กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนนะ
หลังจากสมัครเสร็จแล้ว ให้เพิ่ม Website ของเราเข้าไปใน Cloudflare โดย Cloudflare จะให้เราเปลี่ยน DNS Records ของ Domain เราไปชี้ที่ Cloudflare เอง
วิธีการเปลี่ยน DNS Records ก็คือ เราต้องเข้าไปแก้ไข DNS ที่ Registrar ของ Domain เรา (เช่น GoDaddy, Namecheap) แล้วเปลี่ยน Nameservers ให้เป็น Nameservers ที่ Cloudflare กำหนดให้
ตัวอย่าง Nameservers:
- jane.ns.cloudflare.com
- john.ns.cloudflare.com
ตรงนี้อาจจะดูยากหน่อย แต่ไม่ต้องกังวล Registrar ส่วนใหญ่จะมีคู่มือสอนอยู่แล้ว หรือถ้าไม่แน่ใจ ลองถาม Support ของ Registrar ดูได้เลย
หลังจากเปลี่ยน DNS Records แล้ว Cloudflare จะเริ่มทำงานให้เราเองโดยอัตโนมัติ เราสามารถเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมได้ใน Dashboard ของ Cloudflare เช่น ตั้งค่า SSL/TLS, Caching Rules หรือ Firewall Rules
Cloudflare จะมีคำแนะนำให้เราตั้งค่าต่างๆ ด้วยนะ ลองอ่านดูแล้วทำตามได้เลย
หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว ลองเข้าเว็บของเราดูว่าเว็บโหลดเร็วขึ้นไหม และลองเช็คดูว่า SSL/TLS ทำงานถูกต้องหรือไม่
เราสามารถใช้ Tools ต่างๆ ใน Internet ช่วยตรวจสอบได้ เช่น GTmetrix หรือ SSL Labs
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับCloudflare Free Plan Guide:
Cloudflare ไม่ใช่ทางเลือกเดียว แต่เป็นทางเลือกที่ "คุ้มค่า" ที่สุดในแง่ของ "ฟรี" และ "ฟีเจอร์" ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย | ราคา |
|---|---|---|---|
| Cloudflare Free Plan | ฟรี, ใช้งานง่าย, ฟีเจอร์เยอะ | ข้อจำกัดบางอย่างในฟีเจอร์ขั้นสูง | ฟรี |
| อื่นๆ เช่น Sucuri, Akamai | ฟีเจอร์ขั้นสูงครบครัน | ราคาแพง, ใช้งานยาก | เริ่มต้นหลักพันบาทต่อเดือน |
| ใช้ Plugin WordPress (เช่น WP Rocket) | ติดตั้งง่าย, ใช้งานง่าย | อาจมีปัญหา Compatibility, ฟีเจอร์จำกัด | ฟรี/เสียเงิน |
จากตาราง จะเห็นว่า Cloudflare Free Plan เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน CDN และ Security โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงมากๆ อาจจะต้องพิจารณาทางเลือกอื่นที่มีค่าใช้จ่าย
สมัยผมทำร้านเน็ต ก็เคยใช้ Cloudflare นี่แหละ เพราะมันช่วยลดภาระ Server ของเราได้เยอะ แถมยังช่วยป้องกันการโจมตีได้อีกด้วย คุ้มค่ามากๆ
ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ดูนะ มีเรื่อง IT น่ารู้อีกเยอะเลย
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนสำคัญแล้ว คือทำยังไงให้ Cloudflare Free Plan มันเวิร์คสุดๆ จากประสบการณ์ที่พี่คลุกคลีกับ Cloudflare มานาน (ตั้งแต่สมัยร้านเน็ต SiamCafe ยังรุ่งเรือง) มีเคล็ดลับหลายอย่างที่อยากแชร์ให้ฟังกัน
จำไว้ว่า Free Plan มันมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ถ้าเราเข้าใจและปรับใช้ให้ถูกจุด มันก็ช่วยเราประหยัดและทำให้เว็บเราแรงขึ้นได้เยอะเลย
Page Rules นี่แหละคือทีเด็ดของ Cloudflare Free Plan ที่หลายคนมองข้าม สมัยก่อนตอนทำร้านเน็ต Server เกมส์พี่ต้องเซ็ต Page Rules เพื่อ Cache พวก static content ต่างๆ เช่น รูปภาพหรือไฟล์ CSS/JS เพื่อลด Load บน Server จริงๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้าเว็บเรามี Blog ที่ URL เป็น /blog/* เราสามารถตั้ง Page Rule ให้ Cache Everything ได้เลย (แต่ต้องระวังพวก dynamic content ด้วยนะ)
URL: *yourdomain.com/blog/*
Cache Level: Cache Everything
Browser Cache TTL: a day
Browser Cache TTL คือระยะเวลาที่ Browser ของ User จะเก็บไฟล์ต่างๆ ไว้ในเครื่องตัวเอง ยิ่งตั้งนานเท่าไหร่ User ก็ยิ่งไม่ต้องโหลดไฟล์ซ้ำๆ บ่อยๆ ทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้น
สมัยก่อนพี่จะตั้ง Browser Cache TTL ไว้ค่อนข้างนาน (ประมาณ 1 เดือน) สำหรับไฟล์พวกรูปภาพและ CSS/JS ที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยนัก แต่ถ้าไฟล์ไหนมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ก็ต้องตั้งให้สั้นลงมาหน่อย
Brotli Compression คือ Algorithm การบีบอัดข้อมูลที่ Cloudflare รองรับ ซึ่งมันช่วยลดขนาดไฟล์ที่เราส่งให้ User ได้เยอะมาก ทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เข้าไปที่ Cloudflare Dashboard > Speed > Optimization แล้ว Enable Brotli ได้เลย ง่ายมากๆ สมัยก่อนตอนที่ยังไม่มี Brotli พี่ต้องใช้ mod_deflate บน Apache Server เองเลยนะ (แอบบ่น)
Cloudflare APO (Automatic Platform Optimization) เป็น Feature ที่ช่วย Cache HTML Page ของเราไว้บน Cloudflare Edge Network ทั่วโลก ทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้นมากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ WordPress
ถึงแม้ว่า APO จะไม่ได้ฟรี (ต้องเสียเงินเพิ่ม) แต่ถ้าเว็บเราสำคัญมากๆ และต้องการความเร็วแบบสุดๆ พี่ว่ามันคุ้มค่าที่จะลงทุนนะ ลองพิจารณาดู
เคยเจอเคสนี้บ่อยมาก! ส่วนใหญ่เกิดจาก Cloudflare ตรวจสอบ Server เราไม่เจอ อาจจะเพราะ Firewall ของเรา Block Cloudflare หรือ Server เราตอบสนองช้าเกินไป ลองเช็ค Log ของ Server ดูว่ามีอะไรผิดปกติไหม
Cloudflare Free Plan เหมาะกับเว็บส่วนตัว, Blog, หรือเว็บขนาดเล็กที่ไม่ต้องการ Feature ขั้นสูงมากนัก แต่ถ้าเว็บเราใหญ่ขึ้น มี Traffic เยอะขึ้น หรือต้องการ Security ที่เข้มงวดขึ้น อาจจะต้องพิจารณา Upgrade เป็น Plan ที่สูงขึ้น
Page Rules ไม่มีผลเสียต่อ SEO ถ้าน้องๆ ตั้งค่าให้ถูกต้อง การ Cache Content ต่างๆ จะช่วยให้เว็บโหลดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อ SEO ด้วยซ้ำ แต่ต้องระวังเรื่อง Dynamic Content อย่า Cache มั่วซั่ว
Error 520 คือ "Web server is returning an unknown error" หมายความว่า Cloudflare คุยกับ Server เราไม่รู้เรื่อง อาจจะเกิดจาก Server Overload, Application Crash, หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ Server ตอบสนองผิดปกติ ลองตรวจสอบ Server Log อย่างละเอียด
Cloudflare Free Plan เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมาก ถ้าเราใช้มันอย่างถูกต้อง มันจะช่วยให้เว็บเราเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ แต่ก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดของมันด้วย
อย่าลืมว่าทุกอย่างต้องมีการปรับแต่งและทดลองเพื่อให้เข้ากับเว็บของเรามากที่สุด SiamCafe Blog มีบทความดีๆ อีกเยอะ ลองเข้าไปอ่านดูนะ
สุดท้ายนี้ ถ้าใครสนใจเรื่อง Forex พี่แนะนำ iCafeForex ลองเข้าไปศึกษาดูได้ เผื่อจะรวยไม่รู้เรื่อง!