Security
น้องๆ เคยเจอไหม สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe (ตั้งแต่ปี 40 แน่ะ!) คือลงวินโดว์ใหม่เสร็จ ก็รีบลงเกม ลงโปรแกรมที่ลูกค้าชอบ แล้วก็ลืมตั้ง Password บ้าง ปิด Firewall บ้าง... Cloud Security Posture Management (CSPM) ก็คล้ายๆ กันแหละครับ คือเป็นเรื่องของการจัดการ "ท่าที" หรือ "การตั้งค่า" ด้านความปลอดภัยของระบบ Cloud ให้มันดี ให้มันถูกต้องอยู่เสมอ
ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ลองคิดดูสิครับ ถ้า Cloud เราตั้งค่าผิดพลาดนิดเดียว เช่น เปิด Public Access ให้ Database โดยไม่ตั้งใจ Hacker ก็เข้ามาขโมยข้อมูลได้ง่ายๆ เลยนะ! CSPM เลยเข้ามาช่วยตรวจตรา ตั้งค่า และแนะนำการแก้ไข เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ไงล่ะ
Cloud Configuration ก็คือการตั้งค่าต่างๆ ใน Cloud Services นั่นแหละครับ ตั้งแต่ Permissions ของ Users, Rules ของ Firewall, Encryption ของ Data ไปจนถึง Versioning ของ Software ทุกอย่างคือ Configuration หมดเลย
สมัยก่อน เวลาผม Config Server เอง ก็ต้องนั่งแก้ Text File ทีละบรรทัด เหนื่อยสุดๆ! Cloud มันดีตรงที่ Config ผ่าน Web Interface ได้ แต่ก็ต้องระวัง เพราะ Config ผิด ชีวิตเปลี่ยนได้ง่ายๆ เหมือนกัน
Security Misconfiguration ก็คือการตั้งค่า Cloud ผิดพลาด จนทำให้เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เช่น:
Security Misconfiguration นี่แหละ คือสาเหตุหลักของการโจมตี Cloud เลยนะ! เพราะ Hacker ชอบหาช่องโหว่ที่เกิดจากความผิดพลาดของคนมากกว่าเจาะระบบที่ป้องกันอย่างดี
Compliance คือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือมาตรฐานต่างๆ ด้านความปลอดภัย เช่น PCI DSS (สำหรับข้อมูลบัตรเครดิต), HIPAA (สำหรับข้อมูลสุขภาพ) หรือ GDPR (สำหรับข้อมูลส่วนบุคคล)
CSPM ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า Cloud ของเรา Compliance ตามมาตรฐานเหล่านี้ เพราะมันจะคอยตรวจสอบว่าเราตั้งค่าต่างๆ ถูกต้องตามข้อกำหนดหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้อง มันก็จะแจ้งเตือนให้เราแก้ไข
การใช้งาน CSPM ไม่ยากอย่างที่คิดครับ ส่วนใหญ่จะเป็น Software หรือ Service ที่เราติดตั้งเข้าไปใน Cloud Environment แล้วมันก็จะคอยสแกน ตรวจสอบ และรายงานผลให้เราเอง
สมัยนี้มี Tools CSPM ให้เลือกเยอะแยะ ลอง Search ใน Google ดูนะครับ แต่ก่อนจะเลือกใช้ Tool อะไร ลองพิจารณา Requirement ของตัวเองก่อน เช่น รองรับ Cloud Platform ที่เราใช้ไหม? มี Features ที่เราต้องการครบหรือเปล่า? ราคาเหมาะสมไหม?
อย่างที่บอกครับ เลือก Tool ที่ตอบโจทย์ Requirement ของเรามากที่สุด ลองดู Reviews จากผู้ใช้งานคนอื่นๆ ด้วยก็ได้ จะได้รู้ว่า Tool นั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
บาง Tool มี Free Trial ให้ลองใช้ด้วยนะ ลองใช้ดูก่อนตัดสินใจซื้อก็ได้ จะได้รู้ว่ามัน Work สำหรับเราจริงๆ หรือเปล่า
หลังจากเลือก Tool ได้แล้ว ก็ทำการติดตั้งและ Config Tool ให้เรียบร้อย ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้ความรู้ด้าน Cloud พอสมควร ถ้าไม่แน่ใจ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูก็ได้ครับ
Tool CSPM ส่วนใหญ่จะมี Documentation ที่ละเอียดอยู่แล้ว ลองอ่าน Documentation ประกอบไปด้วย จะช่วยให้เข้าใจวิธีการติดตั้งและ Config ได้ง่ายขึ้น
เมื่อ Tool CSPM ทำงานแล้ว มันจะเริ่มสแกน Cloud Environment ของเรา และรายงานผล Security Misconfiguration ที่ตรวจพบ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ อ่านรายงานผล แล้วทำการแก้ไข Security Misconfiguration เหล่านั้นตามคำแนะนำของ Tool
บางครั้ง Tool CSPM อาจจะแนะนำให้เราแก้ไข Config บางอย่าง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบได้ ก่อนที่จะแก้ไขอะไร ลองศึกษาผลกระทบให้ดีก่อนนะครับ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับCloud Security Posture Management:
CSPM ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการดูแลความปลอดภัยของ Cloud นะครับ ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก เช่น Cloud Native Security Tools (เครื่องมือที่มาพร้อมกับ Cloud Platform), SIEM (Security Information and Event Management) และ Vulnerability Scanning Tools แต่ละทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
Cloud Native Security Tools เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก เพราะไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม แต่ก็อาจจะมี Features ไม่ครบเท่า CSPM
SIEM เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Monitor Security Events แบบ Real-time แต่ก็ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการ Config และดูแลรักษา
Vulnerability Scanning Tools เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Scan หาช่องโหว่ใน Application แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมถึง Security Misconfiguration ใน Cloud Environment
| คุณสมบัติ | Cloud Native Security Tools | CSPM | SIEM | Vulnerability Scanning Tools |
|---|---|---|---|---|
| ความครอบคลุม | จำกัด | ครอบคลุม | เน้น Log และ Event | เน้น Application |
| ความง่ายในการใช้งาน | ง่าย | ปานกลาง | ยาก | ปานกลาง |
| ราคา | มักจะรวมอยู่ใน Cloud Service | มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม | มีค่าใช้จ่ายสูง | มีทั้งฟรีและเสียเงิน |
| เหมาะสำหรับ | ผู้เริ่มต้น | ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยที่ครอบคลุม | องค์กรขนาดใหญ่ | ผู้ที่ต้องการ Scan หาช่องโหว่ใน Application |
น้องๆ ลองพิจารณา Requirement ของตัวเอง แล้วเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดนะครับ ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดู SiamCafe Blog มีบทความดีๆ เกี่ยวกับ Security อีกเยอะเลย
Code Snippet ตัวอย่าง (ใช้ AWS CLI ตรวจสอบว่า S3 Bucket เปิด Public Access หรือไม่):
aws s3api get-public-access-block --bucket my-bucket
ถ้า Command นี้ Return ค่า Public Access Block Configuration แสดงว่า Bucket นั้นไม่ได้เปิด Public Access แต่ถ้า Return Error แสดงว่า Bucket นั้นอาจจะเปิด Public Access อยู่ ต้องตรวจสอบ Config เพิ่มเติม
สุดท้ายนี้ อยากฝากน้องๆ ว่า เรื่อง Security เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเสมอ อย่าประมาท อย่ามองข้าม เพราะความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ได้ SiamCafe Blog เป็นเพื่อนคุณเสมอ
เอาล่ะ น้องๆ มาถึงตรงนี้ แสดงว่าเริ่มเห็นภาพรวมของ CSPM แล้วใช่มั้ย? สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ ไม่มีหรอก Cloud Security อะไรแบบนี้ แต่หลักการ "ป้องกันไว้ก่อน" มันใช้ได้เสมอแหละ
CSPM มันเหมือนกับการที่เราคอยตรวจตราความเรียบร้อยของร้าน ว่าปลั๊กไฟหลวมรึเปล่า, มีใครแอบมาติด malware ที่เครื่องลูกข่ายรึเปล่า, หรือมีใครแอบเข้ามาในร้านตอนกลางคืนรึเปล่า
ทีนี้มาดูเคล็ดลับที่ผมสั่งสมมาจากการคลุกคลีกับ IT มา 28+ ปี ที่เอาไปปรับใช้กับ CSPM ได้:
Visibility คือ "การมองเห็น" น่ะแหละ ถ้าเรามองไม่เห็นปัญหา เราจะแก้ได้ยังไง? CSPM tools ที่ดี ต้องช่วยให้เราเห็นภาพรวมของ security posture ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น VMs, containers, databases, serverless functions ทุกอย่างต้องอยู่ในสายตา
สมัยผมทำร้านเน็ต ผมจะเดินสำรวจร้านทุกวัน ดูว่าทุกเครื่องทำงานปกติมั้ย, มีใครเอาอะไรแปลกๆ มาเสียบมั้ย การมีระบบ monitoring ที่ดี ก็เหมือนกับการที่เรามีกล้องวงจรปิดคอยสอดส่องตลอดเวลานั่นแหละ
อย่าไปเสียเวลาทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ด้วยมือ! CSPM tools ส่วนใหญ่มีระบบ automation ที่ช่วยให้เรา detect และ remediate ปัญหาได้โดยอัตโนมัติ
ลองนึกภาพว่าเราต้องมานั่งไล่ update antivirus ทุกเครื่องในร้านเอง... ตาย! Automation มันเหมือนกับการที่เราตั้งเวลาปิดเปิดไฟในร้านอัตโนมัติ หรือตั้งเวลา reboot เครื่องลูกข่ายตอนกลางคืนน่ะแหละ
ไม่ใช่ทุก security issue ที่สำคัญเท่ากัน CSPM tools ต้องช่วยให้เรา prioritize ปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อน เช่น ช่องโหว่ที่ critical ที่มีคน exploit กันอยู่แล้ว หรือ misconfigurations ที่อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหล
สมัยก่อน ผมจะ prioritize การแก้ปัญหาเครื่องที่ติดไวรัสมากกว่าเครื่องที่แค่ browser ค้าง เพราะเครื่องที่ติดไวรัส มัน "เสี่ยง" กว่าเยอะ
Security ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ เราต้องคอย monitor, evaluate และปรับปรุง security posture ของเราอยู่เสมอ
CSPM tools ก็เหมือนกัน เราต้องคอย update rules, policies และ configurations ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็น "ของเก่า" ที่ใช้การไม่ได้
CNAPP มันครอบคลุมกว่า CSPM ครับ CNAPP มองเรื่อง security ตั้งแต่ development จนถึง runtime ในขณะที่ CSPM โฟกัสที่การ monitor และ remediate misconfigurations ใน environment ที่รันอยู่
ถ้าองค์กรคุณใช้ cloud services ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure, GCP หรือ multi-cloud, CSPM คือสิ่งที่ "ควรมี" ครับ โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ compliance และ data security
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของ environment ครับ บางองค์กรอาจใช้ CSPM tool ตัวเดียวก็พอ แต่บางองค์กรอาจต้องใช้หลายตัวเพื่อครอบคลุมทุก aspect ของ cloud security
สำคัญมาก! CSPM tools ที่ดี ต้อง integrate กับ SIEM, SOAR, vulnerability management tools และ tools อื่นๆ ที่เราใช้อยู่ เพื่อให้เราเห็นภาพรวมของ security landscape ทั้งหมด
CSPM คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรของเรา manage security posture ใน cloud environment ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำไว้ว่า Visibility, Automation และ Prioritization คือหัวใจสำคัญของการทำ CSPM ให้ประสบความสำเร็จ และอย่าลืม monitor และปรับปรุง security posture ของเราอยู่เสมอ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม ถามมาได้เลย! แล้วอย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog กันด้วยนะ
ใครสนใจเรื่อง Forex ก็ลองเข้าไปดูที่ iCafeForex ได้นะครับ