AI
น้องๆ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ Claude จาก Anthropic มาบ้างแล้วใช่ไหม? ไอ้เจ้านี่มันไม่ใช่แค่แชทบอทธรรมดาๆ นะครับ แต่เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ที่เก่งกาจ สามารถช่วยเราทำงานได้หลากหลาย ตั้งแต่สรุปเอกสาร เขียนโค้ด ไปจนถึงสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เคยคิดเล่นๆ ว่าถ้ามี AI แบบนี้มาช่วยตอบคำถามลูกค้าคงสบายไปเยอะเลย
ทำไม Claude ถึงสำคัญ? เพราะมันฉลาดกว่า AI ทั่วไป ตรงที่เน้นเรื่องความปลอดภัย (Safety) และจริยธรรม (Ethics) เป็นพิเศษ ทำให้เรามั่นใจได้ว่า AI จะไม่สร้างปัญหาตามมาภายหลัง ที่สำคัญคือมันเข้าใจภาษาไทยได้ดีในระดับหนึ่งแล้วด้วยนะเออ
Claude พัฒนาโดยบริษัท Anthropic ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตนักวิจัยจาก OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT) จุดเด่นของ Claude คือการใช้เทคนิค Constitutional AI ที่เน้นการสอน AI ให้คิดตามหลักการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ AI มีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับค่านิยมของมนุษย์มากขึ้น
ลองนึกภาพว่าเรากำลังสอนเด็กให้รู้จักผิดชอบชั่วดี Claude ก็เหมือนกันครับ มันได้รับการฝึกฝนให้ตัดสินใจโดยอิงจากหลักการต่างๆ เช่น "จงเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์" "จงไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น" เป็นต้น
การใช้งาน Claude API ไม่ยากอย่างที่คิดครับ แต่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมเล็กน้อย (ไม่ต้องถึงกับเทพ แค่พอเขียนโค้ด Python ได้ก็โอเค) มาดูกันว่าต้องทำอะไรบ้าง
pip install anthropic
claude_example.py) แล้วเขียนโค้ดตามตัวอย่างด้านล่าง:
import anthropic
client = anthropic.Anthropic(api_key="YOUR_API_KEY") # แทนที่ YOUR_API_KEY ด้วย API Key ที่ได้มา
response = client.completions.create(
model="claude-v1.3", # เลือกโมเดลที่ต้องการ
max_tokens_to_sample=200, # กำหนดจำนวน Token สูงสุดที่ต้องการให้ AI สร้าง
prompt="Human: เขียนบทความสั้นๆ เกี่ยวกับ SiamCafe Blog\n\nAssistant:" # ใส่ Prompt ที่ต้องการ
)
print(response.completion)
python claude_example.py
เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลย แค่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เราก็สามารถใช้งาน Claude API ได้แล้ว ที่เหลือก็แค่ลองปรับ Prompt ให้เหมาะสมกับงานที่เราต้องการ แค่นี้ AI ก็พร้อมช่วยเราทำงานแล้ว
ในตลาด AI ตอนนี้ มีผู้เล่นหลายรายที่น่าสนใจ แต่ Claude ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก AI ตัวอื่นๆ ครับ มาดูกันว่า Claude เหนือกว่า AI ตัวอื่นตรงไหนบ้าง
| คุณสมบัติ | Claude | ChatGPT | Bard |
|---|---|---|---|
| เน้นความปลอดภัยและจริยธรรม | สูงมาก | ปานกลาง | ปานกลาง |
| ความสามารถในการสรุปเอกสาร | ดีมาก | ดี | ดี |
| ความเข้าใจภาษาไทย | ปานกลาง | ดี | ดี |
| ความสามารถในการเขียนโค้ด | ดี | ดีมาก | ดี |
| ราคา | ค่อนข้างสูง | ปานกลาง | ปานกลาง |
จากตารางจะเห็นว่า Claude โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยและจริยธรรม ในขณะที่ ChatGPT และ Bard อาจจะเก่งกว่าในเรื่องความสามารถในการเขียนโค้ดและความเข้าใจภาษาไทย แต่สุดท้ายแล้ว การเลือกใช้ AI ตัวไหน ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของเราครับ
การเขียน Prompt ที่ดี คือหัวใจสำคัญของการใช้งาน Claude API ให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ Prompt ก็คือข้อความที่เราป้อนให้กับ AI เพื่อบอกว่าเราต้องการอะไร ถ้า Prompt ไม่ดี AI ก็อาจจะสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความต้องการของเราได้
ลองนึกภาพว่าเรากำลังสั่งงานลูกน้อง ถ้าเราบอกแค่ว่า "ไปทำรายงานมาให้หน่อย" ลูกน้องก็อาจจะงงว่าเราต้องการรายงานแบบไหน แต่ถ้าเราบอกว่า "ไปทำรายงานสรุปยอดขายประจำเดือน โดยเน้นเฉพาะสินค้าที่ขายดีที่สุด 3 อันดับแรก" ลูกน้องก็จะเข้าใจสิ่งที่เราต้องการได้ชัดเจนมากขึ้น
หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับการเขียน Prompt ให้ Claude ครับ ยิ่งเราเขียน Prompt ได้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากเท่าไหร่ AI ก็จะยิ่งเข้าใจสิ่งที่เราต้องการได้ดีมากขึ้นเท่านั้น
Prompt ที่ไม่ดี: "เขียนบทความเกี่ยวกับร้านอาหาร"
Prompt ที่ดีกว่า: "เขียนบทความเกี่ยวกับร้านอาหารอิตาเลียนเปิดใหม่ในสยามสแควร์ โดยเน้นบรรยากาศร้านที่อบอุ่นและเมนูพาสต้าโฮมเมด" SiamCafe Blog
เห็นไหมครับว่า Prompt ที่ดีกว่า จะให้รายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น ประเภทของร้านอาหาร สถานที่ตั้ง และจุดเด่นที่ต้องการเน้น ทำให้ AI สามารถสร้างบทความที่ตรงกับความต้องการของเราได้มากขึ้น
อีกเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจ คือการกำหนดบทบาท (Role) ให้กับ AI ใน Prompt เช่น "คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ช่วยคิดแคมเปญโฆษณาสำหรับสินค้าใหม่" การกำหนดบทบาทจะช่วยให้ AI เข้าใจบริบทของงานได้ดีขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับบทบาทนั้นๆ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับClaude API Anthropic ใช้งานยัง:
เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงยังมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน Claude API อยู่บ้าง ผมรวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบไว้ให้แล้วครับ
A: Claude API สามารถเข้าใจภาษาไทยได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ดีเท่าภาษาอังกฤษ ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ภาษาอังกฤษในการเขียน Prompt
A: Claude API เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยและจริยธรรมสูง เช่น การสรุปเอกสารทางกฎหมาย การสร้างเนื้อหาที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ
A: ข้อจำกัดของ Claude API คือราคาที่ค่อนข้างสูง และความสามารถในการเขียนโค้ดที่อาจจะไม่ดีเท่า ChatGPT หรือ Bard นอกจากนี้ Claude API ยังไม่รองรับการ Fine-Tuning (การปรับแต่งโมเดลให้เข้ากับข้อมูลเฉพาะของเรา) ในขณะที่ AI ตัวอื่นๆ อาจจะรองรับ
A: สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Claude API ได้จาก เว็บไซต์ Anthropic หรือ SiamCafe Blog ที่จะมีบทความและ Tutorial เกี่ยวกับ AI ให้ติดตามกันเรื่อยๆ ครับ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ bandwidth นี่แพงหูฉี่ การส่งข้อมูลเยอะๆ ก็เหมือนกันกับ API นี่แหละ ต้องคิดถึง cost ด้วย Claude API ก็คิดเงินตาม Token ที่ใช้ เพราะงั้นต้องระวังอย่าส่งข้อมูลไปเยอะเกินจำเป็น กำหนด `max_tokens_to_sample` ให้เหมาะสมกับ use case ของเรา จะได้ไม่เปลืองตังค์
completion = client.completions.create(
model="claude-3-opus-20240229",
max_tokens_to_sample=200, # ปรับตามความเหมาะสม
prompt=prompt
)
Prompt นี่แหละตัวกำหนดทุกอย่าง สมัยก่อนตอนทำเว็บ SiamCafe.net ผมก็ต้องคิด keyword ที่คนจะ search ให้ดีที่สุด Prompt ก็เหมือนกัน ยิ่งเราเขียน prompt ได้เคลียร์และละเอียดเท่าไหร่ Claude ก็จะยิ่งตอบได้ตรงใจเรามากขึ้นเท่านั้น ลองใช้เทคนิคต่างๆ เช่น few-shot learning หรือ chain-of-thought เพื่อให้ Claude เข้าใจ context มากขึ้น
API มันก็เหมือน server ร้านเน็ตฯ นั่นแหละ เดี๋ยวก็ล่ม เดี๋ยวก็ timeout ต้องเตรียมรับมือกับ error ให้ดี ลองใส่ try-except block เพื่อ handle error ที่อาจเกิดขึ้น เช่น APIError หรือ RateLimitError แล้วก็ log error เอาไว้ด้วย จะได้เอาไป debug ได้ง่ายๆ
try:
completion = client.completions.create(
model="claude-3-opus-20240229",
max_tokens_to_sample=200,
prompt=prompt
)
print(completion.completion)
except anthropic.APIError as e:
print(f"Error: {e}")
รองรับแน่นอน! แต่คุณภาพอาจจะยังไม่เท่าภาษาอังกฤษนะ สมัยผมทำ SiamCafe Blog ผมก็เคยลองใช้ translation API หลายตัว ภาษาไทยนี่เรื่องเยอะตลอด แต่ Claude ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง ลองทดสอบกับ use case ของคุณดูก่อน
สนใจ Forex ลองดู iCafeForex
ต้องมี API Key ของ Anthropic ก่อนนะ ไปสมัคร account แล้วก็ generate API Key ได้เลย อย่าลืมเก็บ API Key ไว้ให้ดี อย่าเอาไป commit ขึ้น GitHub เด็ดขาด! เหมือนรหัส wifi ร้านเน็ตฯ ใครรู้ก็ใช้ฟรีเลย
Rate Limit คือจำนวน request ที่เราสามารถส่งไป API ได้ในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าส่งเกิน Rate Limit ก็จะโดน block ชั่วคราว ต้องรอให้ Rate Limit reset ก่อนถึงจะส่ง request ได้อีก สมัยก่อนตอนทำระบบ billing ร้านเน็ตฯ ก็ต้องคอยระวังเรื่องนี้เหมือนกัน
Claude API เหมาะกับงานที่ต้องการความเข้าใจภาษาที่ซับซ้อน การสรุปข้อความ การสร้าง content หรือการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับงานของคุณดู SiamCafe Blog มีบทความเกี่ยวกับ AI อีกเยอะ
Claude API เป็นเครื่องมือที่ powerful มาก ถ้าใช้ให้ถูกวิธีจะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องระวังเรื่อง cost และ error ด้วย อย่าลืมทำความเข้าใจ documentation ของ Anthropic ให้ละเอียด แล้วก็ลอง experiment กับ use case ของคุณดู