Security
น้องๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า "พี่บอม ร้านเน็ตสมัยก่อนต้องลง Antivirus ทุกเครื่อง เดี๋ยวนี้ยังต้องลงอีกเหรอ?" บอกเลยว่า จำเป็นมากๆ ถึง Windows จะมี Windows Defender มาให้ แต่การมี Antivirus เพิ่มเติมก็เหมือนมีเกราะป้องกันอีกชั้นนึง
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่เจอมาหมดแล้ว ไวรัสกินเครื่อง, ขโมยรหัสเกม, แอบขุด Bitcoin... สารพัด! ถึงเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่พวก Hacker มันก็เก่งขึ้นทุกวันเหมือนกัน
Antivirus ฟรีนี่แหละ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่งบน้อย หรืออยากลองใช้ดูก่อน ถ้าถูกใจค่อยอัพเกรดเป็นตัวเสียเงินก็ได้ ไม่เสียหายอะไร
คิดง่ายๆ คอมพิวเตอร์เราก็เหมือนบ้าน Antivirus ก็เหมือนยามเฝ้าบ้าน คอยสอดส่องดูแลว่ามีใครแปลกปลอมเข้ามาหรือเปล่า ถ้าเจออะไรน่าสงสัยก็จะแจ้งเตือนเรา หรือจัดการให้เลย
สมัยก่อนไวรัสมาทาง Floppy Disk, CD เดี๋ยวนี้มาทาง Email, Website, USB Drive, หรือแม้แต่โปรแกรมที่เราโหลดมาใช้ฟรีๆ นี่แหละ ตัวดีเลย!
บางตัวยังมีฟีเจอร์พิเศษ เช่น VPN (Virtual Private Network) ช่วยให้เราท่องเว็บได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย
Antivirus ฟรีมีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ละตัวก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป ผมจะมาแนะนำตัวที่น่าสนใจ และคุ้มค่าที่จะลองใช้ดูครับ
Avast นี่อยู่มานาน ตั้งแต่สมัยผมทำร้านเน็ตแล้ว (แก่เลย!) จุดเด่นคือใช้งานง่าย สแกนไวรัสได้ดี มีฟีเจอร์เยอะ และอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ
แต่ข้อเสียคือ Avast อาจจะแสดงโฆษณาบ่อยหน่อย และบางฟีเจอร์ก็ต้องเสียเงินซื้อเพิ่มถึงจะใช้ได้
AVG นี่จริงๆ แล้วเป็นบริษัทเดียวกันกับ Avast นะครับ ฟีเจอร์ก็คล้ายๆ กัน แต่ AVG จะเน้นไปที่ความเรียบง่าย ใช้งานง่ายกว่า Avast นิดหน่อย
ข้อเสียก็คล้ายๆ กัน คือมีโฆษณา และบางฟีเจอร์ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม
Bitdefender นี่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำในการตรวจจับไวรัส ถึงจะเป็นตัวฟรี แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสูงมาก
ข้อเสียคือ Bitdefender อาจจะกินทรัพยากรเครื่องเยอะหน่อย และฟีเจอร์อาจจะไม่เยอะเท่า Avast หรือ AVG
Kaspersky นี่ก็เป็นอีกตัวที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย จุดเด่นคือมีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น VPN, Password Manager และ Safe Money ช่วยให้เราทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย
ข้อเสียคือ Kaspersky อาจจะมีข่าวเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังเป็น Antivirus ที่น่าเชื่อถือ
| Antivirus | จุดเด่น | จุดด้อย | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Avast Free Antivirus | ใช้งานง่าย, ฟีเจอร์เยอะ, อัพเดทไว | มีโฆษณา, บางฟีเจอร์ต้องเสียเงิน | ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการ Antivirus ที่ใช้งานง่าย และมีฟีเจอร์หลากหลาย |
| AVG AntiVirus Free | ใช้งานง่ายกว่า Avast, เรียบง่าย | มีโฆษณา, บางฟีเจอร์ต้องเสียเงิน | ผู้ใช้ที่ต้องการ Antivirus ที่ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน |
| Bitdefender Antivirus Free Edition | ตรวจจับไวรัสแม่นยำ | กินทรัพยากรเครื่องเยอะ, ฟีเจอร์น้อย | ผู้ใช้ที่ต้องการ Antivirus ที่เน้นประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส |
| Kaspersky Security Cloud Free | ฟีเจอร์หลากหลาย, ปลอดภัย | อาจจะมีข่าวเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล | ผู้ใช้ที่ต้องการ Antivirus ที่มีฟีเจอร์หลากหลาย และเน้นความปลอดภัย |
เลือก Antivirus ที่เหมาะกับเราที่สุดนะครับ ไม่มีตัวไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ลองโหลดมาใช้ดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ผมจะยกตัวอย่างการติดตั้ง Avast Free Antivirus นะครับ แต่ขั้นตอนก็คล้ายๆ กันกับ Antivirus ตัวอื่นๆ
เข้าไปที่เว็บไซต์ของ Avast (หรือ Antivirus ที่เราต้องการใช้) แล้วดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้ง
ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ติดตั้ง แล้วทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมแนะนำ ส่วนใหญ่ก็แค่กด "Next" ไปเรื่อยๆ
ระหว่างติดตั้ง อาจจะมีให้เราเลือกว่าจะติดตั้งอะไรบ้าง แนะนำให้เลือกติดตั้งทุกอย่างที่โปรแกรมแนะนำ เพราะจะช่วยให้เราได้รับการป้องกันที่ดีที่สุด
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ให้เปิดโปรแกรม Antivirus แล้วกดปุ่ม "Scan" หรือ "Smart Scan" เพื่อสแกนหาไวรัส
โปรแกรมจะสแกนไฟล์ทั้งหมดในเครื่องของเรา ถ้าเจออะไรน่าสงสัยก็จะแจ้งเตือนเรา หรือจัดการให้เลย
Antivirus จะต้องอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถตรวจจับไวรัสใหม่ๆ ได้
ส่วนใหญ่ Antivirus จะอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสให้อัตโนมัติ แต่เราก็สามารถกดอัพเดทเองได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้รับการป้องกันล่าสุด
แค่นี้เอง! ง่ายใช่ไหมล่ะ? ลองทำตามดูนะครับ
สำหรับน้องๆ ที่อยากลองเช็คว่าเครื่องตัวเองมี Antivirus อะไรติดตั้งอยู่บ้าง สามารถใช้ PowerShell ได้นะครับ
Get-WmiObject -Namespace root\SecurityCenter2 -Class AntiVirusProduct | Select-Object DisplayName, ProductState
Code นี้จะแสดงชื่อ Antivirus และสถานะของ Antivirus (เปิดใช้งานอยู่หรือไม่)
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย!
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไร ถามมาได้เลย!
และอย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog เพื่ออัพเดทข่าวสาร IT ใหม่ๆ เสมอ
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่สำคัญมาก Antivirus ต้องอัพเดทตลอดเวลา พวก definition file นี่ต้องล่าสุดเสมอ ไม่งั้นเจอไวรัสสายพันธุ์ใหม่เข้าไป จอด! เคยเจอเคสเครื่องลูกติด Ransomware เพราะไม่ได้อัพเดท Antivirus นี่แหละ หัวเสียไปหลายวัน
# ตัวอย่าง Cronjob อัพเดท ClamAV ทุกวัน
0 0 * * * freshclam
อย่าขี้เกียจ Scan เครื่องลูกข่ายเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี ตั้งเวลา Scan ตอนกลางคืนก็ได้ เด็กๆ เค้าจะได้ไม่บ่นว่าเครื่องอืดตอนเล่นเกมส์ สมัยก่อนผมใช้ Batch Script สั่ง Scan ทั้งร้านเลย
# ตัวอย่าง Batch Script สั่ง Scan ด้วย Windows Defender
"%ProgramFiles%\Windows Defender\MpCmdRun.exe" -Scan -ScanType 1
ตัวดีเลยพวก Keygen หรือ Crack โปรแกรมต่างๆ เด็กๆ ชอบโหลดมาลงกัน Antivirus ส่วนใหญ่มันจับได้อยู่แล้ว แต่บางทีก็เล็ดลอดสายตาไปได้ ต้องคอยสอดส่องดูแล อย่าให้ลงโปรแกรมแปลกๆ มั่วซั่ว
อันนี้สำคัญสุดๆ ทำ Image Backup ไว้เลย ถ้าเครื่องไหนมีปัญหา ก็ Restore กลับมาได้เลย ไม่ต้องลง Windows ใหม่ เสียเวลา สมัยก่อนผมใช้ Norton Ghost ทำ Image ไว้ เครื่องมีปัญหาปุ๊บ Restore ปั๊บ เร็วกว่าเยอะ
iCafeForexAntivirus ฟรีบางตัวมันก็แอบแฝงพวก Adware หรือ Malware มาด้วย ทำให้เครื่องอืดได้ วิธีแก้คือลองเปลี่ยนไปใช้ Antivirus ตัวอื่นดู หรือไม่ก็ลอง Scan เครื่องด้วย Malwarebytes Free ดู เผื่อจะเจออะไรแปลกๆ ซ่อนอยู่
ถ้าใช้งานทั่วไป Antivirus ฟรีก็เอาอยู่ แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยขั้นสูง หรือมีข้อมูลสำคัญมากๆ แนะนำให้ใช้ Antivirus เสียเงินดีกว่า มันจะมี Feature เพิ่มเติม เช่น Firewall, Web Protection, Ransomware Protection ที่ Antivirus ฟรีไม่มี
ไม่จำเป็นเลย! Antivirus หลายตัวในเครื่องเดียวจะตีกันเอง ทำให้เครื่องอืด แถมยังอาจจะ Detect ไวรัสผิดพลาดอีกด้วย เลือก Antivirus ที่ชอบแค่ตัวเดียวก็พอ
ถ้าเอาแบบใช้งานง่าย ไม่กิน Resource มาก แนะนำ Windows Defender เลยครับ ติดมากับ Windows อยู่แล้ว แถมยังอัพเดทตลอดเวลาด้วย แต่ถ้าอยากได้ Feature เพิ่มเติม ก็ลอง Bitdefender Free หรือ Avast Free Antivirus ก็ได้
SiamCafe Blogเลือก Antivirus ฟรีที่เหมาะกับการใช้งานของเรา อัพเดทสม่ำเสมอ Scan เป็นประจำ ระวังพวก Keygen/Crack และที่สำคัญ ทำ Image Backup ไว้ด้วย แค่นี้เครื่องของเราก็จะปลอดภัยจากไวรัสได้ในระดับนึงแล้วครับ อย่าลืมว่าไม่มีอะไร 100% ต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ