Aws vs Azure vs Gcp 2026 Cloud

Aws vs Azure vs Gcp 2026

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Aws vs Azure vs Gcp 2026 คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า AWS, Azure, GCP มันคืออะไรวะ? ทำไมพี่บอมต้องมาพูดถึงในปี 2026 ด้วย? เอาแบบง่ายๆ เลยนะ มันคือ 3 ผู้ให้บริการ Cloud Computing รายใหญ่ของโลก ที่แข่งกันดุเดือดมากๆ ตั้งแต่สมัยพี่ทำร้านเน็ต SiamCafe Blog แล้ว (แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักหรอก 555) Cloud Computing เนี่ย เปรียบเสมือนเราไปเช่าคอมพิวเตอร์, เช่าฮาร์ดดิสก์, เช่าซอฟต์แวร์ จากคนอื่นมาใช้ แทนที่เราจะต้องซื้อเอง ลงทุนเอง ดูแลรักษาเองทั้งหมด

แล้วทำไมมันถึงสำคัญในปี 2026? เพราะว่าเทรนด์มันมาทางนี้ไง! ทุกวันนี้บริษัทใหญ่ๆ เล็กๆ หรือแม้แต่ startup น้องใหม่ ก็หันมาใช้ Cloud กันหมดแล้ว เพราะมันประหยัดกว่า เร็วกว่า และยืดหยุ่นกว่าเยอะ สมัยก่อนพี่ต้องซื้อ Server มาตั้งเองในร้านเน็ต ลงทุนไปเป็นแสนๆ พอ Server พังทีก็ปวดหัวที เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว เช่าเอาดีกว่าเยอะ!

พื้นฐานที่ต้องรู้

Cloud Computing คืออะไร

Cloud Computing เนี่ย มันคือการที่เราใช้ทรัพยากร IT ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของ ไม่ต้องดูแลรักษาเอง ทุกอย่างมันอยู่บน "Cloud" ซึ่งก็คือ Server ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน Data Center ของผู้ให้บริการนั่นแหละ

สมัยพี่ทำร้านเน็ต เคยเจอลูกค้าถามว่า "พี่ๆ Server อยู่ตรงไหนของร้าน?" คือตอนนั้นเรายังต้องมี Server จริงๆ อยู่ในร้านไง แต่ Cloud เนี่ย มันนามธรรมกว่านั้นเยอะ เราแค่จ่ายเงิน แล้วก็ใช้ได้เลย

IaaS, PaaS, SaaS คืออะไร

Cloud Computing มันมีหลายรูปแบบนะ หลักๆ ที่เราควรรู้จักก็คือ IaaS (Infrastructure as a Service), PaaS (Platform as a Service), และ SaaS (Software as a Service) ลองนึกภาพ Pizza as a Service ดูนะ (อันนี้พี่ไม่ได้คิดเองนะ มันมีคนทำ infographic ไว้)

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

เอาล่ะ ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญ เราจะเริ่มใช้งาน AWS, Azure, GCP ยังไงดี? พี่บอกเลยว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียว (เหมือนหัดเล่นเกม Dota ครั้งแรกอ่ะ)

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

สมัคร Account และสร้าง Instance

ขั้นตอนแรกเลยคือเราต้องสมัคร Account กับผู้ให้บริการที่เราสนใจก่อน ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะมี Free Tier ให้เราลองเล่นฟรีๆ ได้ (แต่ก็มีเงื่อนไขนะ อ่านดีๆ) พอสมัครเสร็จแล้ว เราก็สามารถสร้าง Instance ได้เลย Instance ก็คือ Virtual Machine (VM) ที่เราเช่านั่นแหละ

สมัยก่อนพี่ต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์มาลง OS เอง เดี๋ยวนี้แค่คลิกๆ ก็ได้ VM มาใช้แล้ว สะดวกสบายกว่าเยอะ

ตัวอย่างการสร้าง Instance บน AWS (ใช้ AWS CLI):


aws ec2 run-instances \
    --image-id ami-0abcdef1234567890 \
    --instance-type t2.micro \
    --key-name my-key-pair \
    --security-group-ids sg-0abcdef1234567890

Deploy Application

หลังจากที่เราได้ Instance มาแล้ว เราก็สามารถ Deploy Application ของเราลงไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Web Application, Mobile Backend, หรืออะไรก็ตามที่เราต้องการ

สมัยพี่ทำร้านเน็ต ก็ต้องลงโปรแกรม Server เองทุกอย่าง Apache, MySQL, PHP เดี๋ยวนี้มี Containerization (Docker) ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

ตัวอย่างการ Deploy Docker Container บน GCP (ใช้ Google Cloud Shell):


gcloud container clusters create my-cluster --num-nodes=1
kubectl run hello-world --image=gcr.io/google-samples/hello-app:1.0
kubectl expose deployment hello-world --type=LoadBalancer --port 8080

🎬 วิดีโอแนะนำ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับAws vs Azure vs Gcp 2026:

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

แน่นอนว่า Cloud Computing มันไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่เรามี ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก เช่น การที่เราซื้อ Server มาตั้งเอง (On-Premise) หรือการที่เราใช้บริการ Hosting แบบ Shared Hosting

แต่ถ้าถามพี่ พี่ว่า Cloud Computing มันคุ้มค่ากว่าในระยะยาวนะ เพราะเราไม่ต้องลงทุนเยอะ ไม่ต้องดูแลรักษาเอง และสามารถ Scale up/down ได้ตามต้องการ

ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้:

Feature AWS/Azure/GCP On-Premise Shared Hosting
Cost Pay-as-you-go High upfront cost Low cost
Scalability Highly scalable Limited scalability Limited scalability
Maintenance Managed by provider Managed by you Managed by provider
Security Robust security Your responsibility Shared security

สรุปคือ ถ้าเราต้องการความยืดหยุ่น ความสามารถในการ Scale และไม่อยากปวดหัวกับการดูแลรักษาเอง Cloud Computing คือคำตอบ แต่ถ้าเราต้องการควบคุมทุกอย่างเอง และมีงบประมาณเพียงพอ On-Premise ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วน Shared Hosting เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นแบบง่ายๆ และราคาถูก

สุดท้ายนี้ พี่อยากฝากน้องๆ ทุกคนว่า เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ SiamCafe Blog เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่น้องๆ สามารถเข้ามาอ่านได้เสมอ

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เรื่อง Cloud ยังเป็นเรื่องอนาคตอยู่เลย แต่พอมาถึงยุคนี้ Cloud สำคัญมากๆ ผมเลยอยากแชร์ Best Practices จากประสบการณ์ที่ผมเห็นคนใช้จริง เผื่อเอาไปปรับใช้กันได้นะน้องๆ

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. เลือก Cloud ให้เหมาะกับงาน: เหมือนเลือกร้านเกมให้เหมาะกับเกมที่เราจะเล่น บางเกมกินสเปคสูงก็ต้องไปร้านที่มีเครื่องแรงๆ Cloud ก็เหมือนกัน AWS เด่นเรื่อง Infrastructure, Azure เก่งเรื่อง .NET และ GCP มาแรงเรื่อง Data & AI เลือกให้ตรงกับ Skill และ Project ของเรานะ

2. Infrastructure as Code (IaC): สมัยก่อนลงโปรแกรมในร้านทีนึงเหนื่อยมาก ต้องไล่ลงทุกเครื่อง เดี๋ยวนี้มี IaC เช่น Terraform หรือ CloudFormation ช่วยให้เราจัดการ Infrastructure เป็น Code ได้เลย สะดวกสุดๆ แก้ไขทีเดียว Deploy ทั้งระบบได้เลย


# Example Terraform configuration
resource "aws_instance" "example" {
  ami           = "ami-0c55b8715a27cd882"
  instance_type = "t2.micro"
  tags = {
    Name = "MyFirstInstance"
  }
}

3. Monitoring & Alerting: ร้านเน็ตผมต้องคอยดูว่าเครื่องไหนมีปัญหา เครื่องไหนแฮงค์ Cloud ก็เหมือนกัน ต้องมีระบบ Monitoring ที่ดี คอยดู CPU, Memory, Network แล้วตั้ง Alert ไว้ ถ้ามีอะไรผิดปกติจะได้รู้ทันที CloudWatch ของ AWS, Azure Monitor และ Cloud Monitoring ของ GCP ช่วยเราได้

4. Cost Optimization: Cloud มันสะดวก แต่ก็กินเงินเก่ง ถ้าไม่ระวังบิลมาทีแทบช็อค ต้องคอยดูว่า Instance ไหนไม่ได้ใช้ก็ปิดซะ, ใช้ Reserved Instances หรือ Spot Instances เพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือใช้ Cloud Advisor ของ AWS หรือ Cost Management ของ Azure ช่วยวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายก็ได้

iCafeForex

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Cloud Provider ไหนเหมาะกับ Startup?

อันนี้ตอบยาก ขึ้นอยู่กับ Skill ของทีม และ Budget ถ้าทีมถนัด .NET ก็ Azure ไปเลย ถ้าเน้น Data & AI ก็ GCP แต่ถ้าอยากได้ Ecosystem ใหญ่ๆ และ Community ที่แข็งแกร่งก็ AWS ครับ

Cloud Provider ไหนปลอดภัยที่สุด?

เรื่อง Security นี่สำคัญสุดๆ ทุกเจ้ามี Security Feature ที่ดี แต่สุดท้ายอยู่ที่การ Config ของเราเองด้วย ต้องตั้ง Security Group ให้ดี, ใช้ Multi-Factor Authentication, Update Patch สม่ำเสมอ และ Monitor Logs อย่างใกล้ชิด

Migration จาก On-Premise ไป Cloud ยากไหม?

ยากครับ (ตอบแบบไม่อ้อมค้อม) ต้องวางแผนดีๆ ต้องทำ Assessment ก่อนว่า Application ไหนย้ายได้ Application ไหนย้ายไม่ได้ ต้องคิดถึงเรื่อง Network, Database, Security และ Testing ด้วย อาจจะต้องใช้ Tool ช่วย หรือปรึกษา Expert ครับ

Serverless ดีจริงไหม?

Serverless ดีจริง แต่ไม่ได้เหมาะกับทุก Use Case Serverless ช่วยลดภาระในการจัดการ Server ทำให้เรา Focus กับ Code ได้มากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น Cold Start, Debugging ที่ยากขึ้น และ Cost ที่อาจจะสูงกว่าถ้าใช้ไม่เป็น

สรุป

Cloud เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก ต้องคอย Update ตัวเองเสมอ แต่ถ้าเราเข้าใจหลักการ และมี Best Practices ที่ดี ก็จะช่วยให้เราใช้ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายครับ ลองเอาเทคนิคที่ผมแชร์ไปปรับใช้ดูนะน้องๆ

SiamCafe Blog