Cloud
น้องๆ เคยได้ยินคำว่า "Cloud" กันใช่ไหม? AWS เนี่ยแหละคือ "คลาวด์" เจ้าใหญ่ที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ (ปี 2024) สมัยผมทำร้านเน็ตเมื่อ 20 กว่าปีก่อนเนี่ย ทุกอย่างต้องซื้อเครื่องมาตั้งเอง เจ็บปวดมาก! AWS มันคือการที่เรา "เช่า" คอมพิวเตอร์, ฐานข้อมูล, โปรแกรม, และสารพัดอย่างที่จำเป็นต่อการทำเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น จาก Amazon แทนที่จะต้องซื้อเอง
ทำไมต้องรู้จัก AWS? ง่ายๆ เลยคือมัน สะดวก, ถูกกว่า (ในระยะยาว), ขยายได้ง่าย ลองนึกภาพว่าถ้าร้านเน็ตผมสมัยก่อนใช้ AWS นะ... ไม่ต้องปวดหัวเรื่องไฟดับ, แอร์เสีย, หรือฮาร์ดดิสก์พังเลย! ทุกวันนี้ Startup, บริษัทใหญ่ๆ, แม้แต่หน่วยงานราชการ ก็หันมาใช้ AWS กันหมดแล้ว
AWS ไม่ได้เหมาะแค่โปรแกรมเมอร์นะ คนทำเว็บไซต์, นักการตลาด, นักวิเคราะห์ข้อมูล, หรือแม้แต่คนทำธุรกิจที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก AWS ได้หมด ถ้าอยากรู้เรื่องไอทีแบบเจาะลึก ตามไปอ่านที่ SiamCafe Blog ได้เลย พี่เขียนไว้เยอะ
อันดับแรกเลยคือต้องมี Account ก่อน ไม่ต้องกลัวนะ ฟรี! (แต่ต้องผูกบัตรเครดิตไว้ด้วย) เข้าไปที่ aws.amazon.com แล้วกด "Sign Up" กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เค้าจะให้ยืนยันตัวตนผ่านเบอร์โทรศัพท์ด้วย ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จ
พอ Login เข้าไปแล้ว จะเจอกับหน้า Console หน้าตาอาจจะดูรกๆ หน่อย ไม่ต้องตกใจ มันคือ "ศูนย์บัญชาการ" ของเรา มองหาช่อง Search แล้วพิมพ์ชื่อ Service ที่เราต้องการใช้ได้เลย
AWS มี Service เยอะมากกกกก ไม่ต้องพยายามจำทั้งหมดหรอก ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละอย่าง เริ่มจาก Service ที่เราสนใจก่อนก็ได้
EC2 คือ "คอมพิวเตอร์" ของเราบน AWS มันคือ Virtual Machine (VM) เราสามารถเลือก Spec (CPU, RAM, Storage) ได้ตามต้องการ แล้วก็ลงโปรแกรมอะไรก็ได้เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป
พอสร้าง EC2 Instance เสร็จแล้ว เราจะได้ Public IP Address มา เอา IP นี้ไปใส่ใน Browser ก็จะเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ แต่ก่อนอื่นต้องลง Web Server ก่อนนะ (เช่น Apache หรือ Nginx)
sudo apt update
sudo apt install apache2
sudo systemctl start apache2
sudo systemctl enable apache2
Code snippet นี้เป็นคำสั่งสำหรับติดตั้ง Apache Web Server บน Ubuntu สมัยผมทำร้านเน็ต ต้องมานั่งลง OS เองทีละเครื่อง ลง Apache เองอีก คิดแล้วเหนื่อยแทน! ถ้าอยากรู้เรื่อง Linux Command เพิ่มเติม ไปอ่านที่ SiamCafe Blog ได้เลย
| ผู้ให้บริการ | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| AWS | Service เยอะ, ราคาหลากหลาย, Community ใหญ่ | ซับซ้อน, ราคาอาจสูงถ้าไม่ระวัง |
| Google Cloud Platform (GCP) | เก่งเรื่อง AI/ML, ราคาบางอย่างถูกกว่า | Service น้อยกว่า AWS, Community เล็กกว่า |
| Microsoft Azure | ผูกกับ Ecosystem ของ Microsoft, เหมาะกับ .NET | ราคาบางอย่างแพง, ซับซ้อน |
เลือกใช้ Cloud Provider ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา ไม่มีใครดีที่สุด ต้องลองใช้เองแล้วจะรู้
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับAWS สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นยังไ:
A: AWS มี Free Tier ให้ใช้ฟรีๆ 1 ปี แต่มีเงื่อนไขคือต้องใช้ Service บางอย่างเท่านั้น และต้องไม่เกิน Limit ที่กำหนด เช่น EC2 t2.micro, S3 Storage 5GB ลองศึกษาดูดีๆ ก่อนใช้
A: AWS อาจจะดูยากในช่วงแรก แต่ถ้าค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละอย่าง ก็จะเริ่มเข้าใจ เริ่มจาก Service ที่ใช้งานง่ายๆ ก่อนก็ได้ เช่น S3 (เก็บไฟล์)
A: มี Course ออนไลน์, Documentation, และ Community เยอะแยะมากมาย ลอง Search ใน Google ดู หรือจะมาถามพี่ใน SiamCafe Blog ก็ได้
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ security สำคัญสุดๆ AWS ก็เหมือนกัน อย่าประมาทเรื่องความปลอดภัย เริ่มต้นสร้าง IAM User ที่มีสิทธิ์ตามจำเป็นเท่านั้น แล้วล็อกอินด้วย User นั้น ห้ามใช้ Root Account ทำงานจริงๆ เด็ดขาด! ไม่งั้นโดนแฮกที ชีวิตเปลี่ยน
aws iam create-user --user-name MyNewUser
aws iam create-access-key --user-name MyNewUser
Code นี้แค่สร้าง User กับ Access Key นะ อย่าลืม assign permission ให้ User ด้วยล่ะ
MFA นี่เหมือนใส่เกราะให้บัญชี AWS อีกชั้นนึง เวลาล็อกอิน นอกจาก username password แล้ว ยังต้องใส่ code ที่ generate จากแอปในมือถืออีก ผมแนะนำให้เปิด MFA กับทุก IAM User ที่สำคัญๆ เลย ยิ่งถ้าเป็น Admin User นี่ขาดไม่ได้
Security ต้องมาอันดับหนึ่งเสมอครับ
AWS นี่ services เยอะแยะไปหมด ถ้าไม่จัดการดีๆ เดี๋ยวจะงงว่าอะไรเป็นอะไร ผมแนะนำให้ใช้ Tags ติดกับทุก Resources ที่สร้าง เช่น EC2 instance, S3 bucket, RDS database จะได้รู้ว่ามันคืออะไร เกี่ยวข้องกับ Project ไหน ใครเป็นคนดูแล
aws ec2 create-tags --resources i-xxxxxxxxxxxxxxxxx --tags "Key=Name,Value=MyWebServer" "Key=Project,Value=SiamCafe"
Tags นี่แหละ ช่วยชีวิตตอนบิลมา จะได้รู้ว่าค่าใช้จ่ายมาจากไหนบ้าง
AWS นี่คิดเงินตาม usage นะ ถ้าไม่ระวัง อาจจะเจอ surprise bill ตอนสิ้นเดือนได้ ผมแนะนำให้เปิดใช้งาน AWS Cost Explorer กับ Billing Alarms จะได้ monitor ค่าใช้จ่ายได้แบบ real-time ถ้ามีอะไรผิดปกติ จะได้รู้ตัวทัน
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ ควบคุมค่าใช้จ่ายสำคัญมาก AWS ก็เหมือนกัน ต้องคุมให้ดี
AWS Free Tier คือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ ที่ให้ใช้ Services บางอย่างของ AWS ได้ฟรี ในจำนวนจำกัด เป็นระยะเวลา 12 เดือนหลังจากสมัคร account ใช้ได้จริงครับ แต่ต้องอ่านเงื่อนไขดีๆ ว่าอะไรฟรี อะไรไม่ฟรี
ผมว่า Free Tier นี่แหละ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำหรับคนที่อยากลองเล่น AWS โดยไม่ต้องเสียเงิน
EC2 Instance Type คือสเปคของเครื่อง Server ที่เราจะเช่าบน AWS มีให้เลือกเยอะแยะ ตั้งแต่เครื่องเล็กๆ ราคาถูก ไปจนถึงเครื่องใหญ่ๆ แรงๆ วิธีเลือกก็คือ ต้องดูว่า Application ของเราต้องการ Resource อะไรบ้าง เช่น CPU, Memory, Storage แล้วก็เลือก Instance Type ที่เหมาะสม
ถ้าไม่แน่ใจ ลองเริ่มจาก Instance Type เล็กๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อย Scale up ทีหลัง
S3 คือ Simple Storage Service เป็นบริการเก็บข้อมูลบน Cloud ของ AWS จุดเด่นคือราคาถูก, Scale ได้ไม่จำกัด, และทนทานสูง เหมาะกับการเก็บพวกไฟล์รูปภาพ, วิดีโอ, Backup data หรืออะไรก็ตามที่เราอยากเก็บไว้บน Cloud
S3 นี่แหละ ตัวช่วยประหยัดค่า Storage เลย
IAM User คือ Identity สำหรับคนที่ login เข้า AWS Console หรือใช้ AWS CLI ส่วน IAM Role คือ Identity สำหรับ Services ของ AWS ที่ต้องการเข้าถึง Resources อื่นๆ เช่น EC2 instance ที่ต้องการเข้าถึง S3 bucket
จำง่ายๆ คือ User สำหรับคน Role สำหรับเครื่อง
VPC (Virtual Private Cloud) คือ Network ส่วนตัวของเราบน AWS เปรียบเสมือน LAN ในร้านเน็ตสมัยก่อน แต่เป็น LAN บน Cloud การสร้าง VPC จะช่วยให้เราควบคุม Network configuration ได้เอง เช่น IP address range, Subnet, Security Group ทำให้ Resources ของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น
VPC นี่แหละ กำแพงบ้านของเราบน AWS
AWS อาจจะดูยากสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าค่อยๆ เรียนรู้ เริ่มจาก Services ที่จำเป็น และทำตาม Best Practices ที่แนะนำไป ก็จะช่วยให้ใช้งาน AWS ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
อย่าลืม! เริ่มจาก IAM User, เปิด MFA, Tag ทุก Resources, Monitor ค่าใช้จ่าย และทำความเข้าใจ VPC แค่นี้ก็ไปได้ไกลแล้วครับ iCafeForex ก็ใช้ AWS นะเออ
ถ้าอยากอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ IT และธุรกิจ ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ได้เลยครับ