AI
เอาจริงๆ นะ น้องๆ สมัยผมเปิดร้าน SiamCafe.net เมื่อปี 2540 น่ะ คำว่า Chatbot นี่แทบไม่มีใครรู้จักเลย! แต่ตอนนี้ดิ คือมันมาแรงแซงโค้งมาก Chatbot ง่ายๆ ก็คือโปรแกรมที่จำลองการสนทนาเหมือนคุยกับคนจริงๆ นั่นแหละ แต่พิเศษตรงที่มันฉลาดขึ้นได้ด้วย AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์
ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ลองคิดดู สมัยก่อนลูกค้าอยากรู้ข้อมูลอะไร ต้องโทรศัพท์ ถามพนักงาน หรือไม่ก็ต้องอ่าน FAQ ยาวๆ แต่เดี๋ยวนี้ แค่พิมพ์ถาม Chatbot ก็ได้คำตอบทันที 24 ชั่วโมง! ช่วยลดงานให้พนักงาน แถมยังสร้างความประทับใจให้ลูกค้าอีกด้วยนะ
NLP คือหัวใจหลักของ Chatbot เลยก็ว่าได้ มันคือศาสตร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ไวยากรณ์ การตีความหมาย หรือแม้แต่การจับอารมณ์ของผู้พูด
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าลูกค้าพิมพ์ว่า "อยากได้มือถือราคาไม่เกินหมื่น ถ่ายรูปสวยๆ" NLP จะช่วยให้ Chatbot เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร (มือถือ), มีเงื่อนไขอะไร (ราคาไม่เกินหมื่น), และต้องการฟังก์ชันอะไร (ถ่ายรูปสวย)
Machine Learning (ML) คือส่วนที่ทำให้ Chatbot ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการเรียนรู้จากข้อมูล สมัยก่อนเราต้องเขียนโปรแกรมทุกอย่างเอง แต่ ML ช่วยให้ Chatbot เรียนรู้จากข้อมูลการสนทนาจริง แล้วปรับปรุงตัวเองให้ตอบคำถามได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เคยเจอเคสที่ลูกค้าพิมพ์ผิดๆ ถูกๆ มั้ย? ML จะช่วยให้ Chatbot เข้าใจความหมายที่ลูกค้าต้องการสื่อ แม้ว่าจะพิมพ์ผิดก็ตาม! ยิ่งมีข้อมูลเยอะ Chatbot ก็ยิ่งฉลาด
การเริ่มต้นพัฒนา Chatbot ไม่ได้ยากอย่างที่คิด สมัยนี้มีเครื่องมือและ Framework ให้เลือกใช้เยอะแยะมากมาย แถมยังมี Tutorial สอนเพียบ! ที่สำคัญคือต้องเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับความต้องการของเรา
ถ้าอยากลองเล่นง่ายๆ ลองใช้ Platform สำเร็จรูปอย่าง Dialogflow หรือ Microsoft Bot Framework ดูก่อนก็ได้ พวกนี้มี Interface ใช้งานง่าย ไม่ต้องเขียน Code เยอะ แต่ถ้าอยาก Customization เยอะๆ ก็อาจจะต้องเขียน Code เองโดยใช้ Library อย่าง Rasa หรือ Wit.ai
ก่อนที่จะเริ่มเขียน Code เราต้องกำหนดเป้าหมายของ Chatbot ให้ชัดเจนก่อน ว่าต้องการให้ Chatbot ทำอะไรได้บ้าง? ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง? เช่น Chatbot สำหรับตอบคำถาม FAQ, Chatbot สำหรับช่วยแนะนำสินค้า, หรือ Chatbot สำหรับจองคิว
การกำหนด Use Case จะช่วยให้เราโฟกัสในการพัฒนา Chatbot ได้ง่ายขึ้น และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
Conversation Flow คือแผนผังแสดงลำดับการสนทนาของ Chatbot ว่าจะตอบคำถามอะไรก่อนหลัง จะถามข้อมูลอะไรจากลูกค้าบ้าง สมัยผมทำร้านเกมส์ ก็ต้องวางแผนผังร้าน ว่าจะวางคอมพิวเตอร์ตรงไหน วางโต๊ะยังไง ให้ลูกค้าเดินสะดวกที่สุด Conversation Flow ก็เหมือนกัน ต้องออกแบบให้ลูกค้าใช้งาน Chatbot ได้ง่ายและราบรื่น
ลองเขียน Scenario การสนทนาหลายๆ แบบ เพื่อทดสอบว่า Conversation Flow ของเราครอบคลุมทุก Use Case หรือยัง
หลังจากที่ออกแบบ Conversation Flow แล้ว เราก็ต้อง Train Model ให้ Chatbot เรียนรู้ภาษาและรูปแบบการสนทนาที่เราต้องการ ยิ่งใส่ข้อมูลเยอะ Chatbot ก็ยิ่งฉลาด แต่ก็ต้องระวังเรื่อง Overfitting ด้วยนะ
หลังจาก Train Model เสร็จแล้ว ก็ต้องทดสอบ Chatbot อย่างละเอียด เพื่อหาข้อผิดพลาดและปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ลองให้เพื่อนๆ หรือคนในทีมช่วยทดสอบ Chatbot ก็ได้ SiamCafe Blog มีบทความเกี่ยวกับการ Testing Software ลองไปอ่านดูนะ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับAi Powered Chatbot Development:
Chatbot ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการให้บริการลูกค้า ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Call Center, Live Chat, หรือ Email แต่ละทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
สมัยก่อน Call Center คือพระราชา แต่เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ไม่อยากโทรศัพท์แล้ว เพราะต้องรอสายนาน แถมบางทียังเจอพนักงานที่ไม่ค่อยเข้าใจปัญหาของเราอีกด้วย Live Chat ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ต้องมีพนักงานคอยตอบตลอดเวลา ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่าในระยะยาว
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| Call Center | สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ | ต้องรอสายนาน ค่าใช้จ่ายสูง |
| Live Chat | ตอบคำถามได้รวดเร็ว | ต้องมีพนักงานคอยตอบตลอดเวลา |
| สามารถส่งข้อมูลรายละเอียดได้ | ใช้เวลานานในการตอบกลับ | |
| Chatbot | ตอบคำถามได้ 24 ชั่วโมง ลดค่าใช้จ่าย | อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ |
Chatbot เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงข้อจำกัดและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ Use Case ของเรา
ถ้าอยากอ่านบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยีอื่นๆ อีก ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ได้เลยนะ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ความเข้าใจลูกค้า" ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องเกมนะ แต่รวมถึงความต้องการของเค้าจริงๆ เวลาทำ Chatbot ก็เหมือนกัน ต้องคิดเสมอว่า "ลูกค้าอยากได้อะไรจาก Bot ตัวนี้?"
ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า อย่าทำอะไรที่มันซับซ้อนเกินไป เริ่มจากง่ายๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มฟีเจอร์ดีกว่าครับ คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากคุยกับ AI ที่ฉลาดล้ำ แค่อยากได้คำตอบเร็วๆ และตรงประเด็น
จริงๆ แล้ว Chatbot เหมาะกับธุรกิจทุกประเภทครับ แต่ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ ธุรกิจที่มีคำถามซ้ำๆ เยอะๆ เช่น ธุรกิจ E-commerce, ธุรกิจบริการลูกค้า หรือธุรกิจที่ต้องการ Lead Generation
ไม่ต้องเก่งมากก็ได้ครับ สมัยนี้มีเครื่องมือสำเร็จรูปเยอะแยะมากมายที่ช่วยให้เราสร้าง Chatbot ได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเขียน Code ได้บ้างก็จะช่วยให้เราปรับแต่ง Chatbot ได้ตามต้องการมากขึ้น
ผมว่า Chatbot ไม่ได้จะมาแทนที่คนซะทีเดียวนะครับ แต่มันจะมาช่วยแบ่งเบาภาระงานที่น่าเบื่อ ทำให้คนสามารถไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นได้
งบประมาณในการสร้าง Chatbot ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของ Chatbot ครับ ถ้าใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็อาจจะไม่แพงมาก แต่ถ้าต้องเขียน Code เองทั้งหมดก็อาจจะต้องใช้งบประมาณเยอะหน่อย
Chatbot เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากครับ ถ้าเราเข้าใจมันอย่างถูกต้อง และนำไปใช้อย่างเหมาะสม มันจะช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างแน่นอน อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำให้เราเก่งขึ้น
จำไว้ว่า Chatbot ที่ดี ไม่ใช่ Chatbot ที่ฉลาดที่สุด แต่เป็น Chatbot ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดครับ ลองเข้าไปดู SiamCafe Blog เผื่อมีอะไรน่าสนใจเพิ่มเติมนะ