AI
สมัยผมเปิดร้านเน็ต SiamCafe แรกๆ เมื่อปี 1997 เนี่ยนะ ใครจะคิดว่าวันนึงจะมี AI เขียนบทความได้! ตอนนั้นแค่หาข้อมูลใน Yahoo! ยังยากเลย ต้องไล่คลิกทีละหน้า ตอนนี้ AI มันเขียนบทความให้เราได้แล้ว เจ๋งดี แต่...มันดีจริงหรือเปล่า?
ผมลองเล่น AI หลายตัวเลย ทั้งฟรี ทั้งเสียเงิน เพื่อดูว่ามันเขียนได้เรื่องแค่ไหน เอามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังกันครับ
ง่ายๆ เลยคือ "ความเร็ว" และ "ปริมาณ" สมัยก่อนเราต้องจ้างคนเขียนบทความ กว่าจะได้แต่ละบทความต้องรอเป็นวันๆ แถมราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ แต่ AI มันเขียนได้ในไม่กี่วินาที แถมเขียนได้เยอะมากๆ เหมาะกับคนที่ต้องการคอนเทนต์จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
หลักการง่ายๆ คือ AI มันถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งบทความ หนังสือ เว็บไซต์ต่างๆ ทำให้มัน "เรียนรู้" รูปแบบภาษา ไวยากรณ์ และเนื้อหาต่างๆ จากนั้นมันจะสร้างบทความใหม่โดยอิงจากข้อมูลที่มันเรียนรู้มา
พูดง่ายๆ เหมือนเราให้เด็กอ่านหนังสือเยอะๆ แล้วให้เด็กเขียนเรียงความ เด็กก็จะเขียนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ที่ได้อ่าน
ไม่ใช่ว่าสั่ง AI เขียนแล้วจะได้บทความเทพเลยนะ ต้องมีเทคนิคกันหน่อย สมัยผมทำ SiamCafe Blog ผมลองผิดลองถูกมาเยอะ สรุปได้ว่า...
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการอะไรจากบทความนี้ ต้องการให้คนอ่านเข้าใจอะไร ต้องการให้ทำอะไร เช่น ต้องการให้ซื้อสินค้า ต้องการให้สมัครสมาชิก หรือแค่ต้องการให้เข้ามาอ่าน
ถ้าเป้าหมายไม่ชัดเจน AI ก็จะเขียนบทความที่ "กว้าง" เกินไป ไม่ตรงจุด
Prompt คือ "คำสั่ง" ที่เราสั่งให้ AI ทำงาน ยิ่งเราให้ข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจน AI ก็จะยิ่งเข้าใจสิ่งที่เราต้องการมากขึ้น
ตัวอย่าง:
เขียนบทความเกี่ยวกับ "วิธีทำกาแฟ Cold Brew ที่บ้าน" โดยเน้นที่ขั้นตอนการทำที่ง่ายและใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น และมีสูตรพิเศษที่เพิ่มความอร่อยให้กาแฟ Cold Brew ของคุณ
ลองเปรียบเทียบกับ:
เขียนบทความเกี่ยวกับ "กาแฟ Cold Brew"
เห็นความแตกต่างไหม? Prompt แรกละเอียดกว่าเยอะ AI ก็จะเขียนบทความได้ตรงกับความต้องการของเรามากกว่า
อย่าคิดว่า AI เขียนให้แล้วจะจบเลย! ต้องอ่านและแก้ไขอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องความถูกต้องของข้อมูล ความเป็นธรรมชาติของภาษา และความสอดคล้องกับเป้าหมายของเรา
ผมแนะนำให้ "อ่านออกเสียง" บทความที่ AI เขียน เพราะจะช่วยให้เราเห็นจุดที่ภาษาไม่เป็นธรรมชาติได้ง่ายขึ้น
ถึง AI จะเขียนได้ดีแค่ไหน ก็ยังไงก็ไม่เหมือนคนเขียนจริงๆ เราต้องใส่ความเป็น "ตัวเรา" ลงไปในบทความ เช่น ใส่ประสบการณ์ส่วนตัว ใส่ความคิดเห็น ใส่ความตลกขบขัน
เพราะคนอ่านชอบอ่านบทความที่ "เป็นกันเอง" มากกว่าบทความที่ "แข็งทื่อ"
| AI Writer | ราคา | จุดเด่น | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| ChatGPT | ฟรี (มีแบบเสียเงินเพิ่มฟีเจอร์) | ฉลาด ตอบคำถามได้ดี เขียนบทความได้หลากหลาย | ข้อมูลอาจไม่ update, บางครั้งตอบไม่ตรงคำถาม |
| Jasper | เสียเงิน | เน้นการเขียนคอนเทนต์ SEO, มี template ให้เลือกเยอะ | ราคาค่อนข้างสูง, คุณภาพอาจไม่คุ้มราคา |
| Copy.ai | ฟรี (มีแบบเสียเงินเพิ่มฟีเจอร์) | ใช้งานง่าย, เหมาะสำหรับมือใหม่, มีเครื่องมือช่วยเขียน | ฟีเจอร์ฟรีค่อนข้างจำกัด, บทความอาจไม่ Unique |
| Rytr | ฟรี (มีแบบเสียเงินเพิ่มฟีเจอร์) | ราคาถูก, รองรับหลายภาษา, ใช้งานง่าย | คุณภาพบทความอาจไม่สูงเท่าตัวอื่น |
จากประสบการณ์ของผม AI สามารถช่วยเขียนบทความได้ "ในระดับหนึ่ง" แต่ยังไม่สามารถแทนที่คนเขียนได้ทั้งหมด AI เหมาะสำหรับช่วยสร้างไอเดีย ช่วยร่างบทความ ช่วยประหยัดเวลา แต่เรายังต้อง "ตรวจทาน" และ "แก้ไข" อย่างละเอียดเพื่อให้ได้บทความที่มีคุณภาพ
สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปเร็วมาก เราต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน SiamCafe Blog ก็พยายามอัพเดทเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อยๆ ติดตามกันได้ครับ!
สมัยผมทำ SiamCafe.net ใหม่ๆ อะไรๆ ก็ต้องเขียนเองหมด ไม่มี AI มาช่วย แต่ข้อดีคือเราคุมคุณภาพได้เต็มที่ พอมี AI เข้ามา ผมว่ามันช่วยให้งานเร็วขึ้นจริง แต่ห้ามลืมว่ามันก็แค่เครื่องมือ เราต้องตรวจทานข้อมูล ความถูกต้องของภาษา และสไตล์การเขียนเสมอ อย่าปล่อยให้ AI เขียนทุกอย่างแล้วจบเลย ไม่งั้นบทความจะจืดชืด ไม่มีชีวิตชีวา
เคยเจอเคสที่ AI ให้ข้อมูลผิดๆ มาแล้ว ต้องแก้กันวุ่นวาย ดังนั้นจำไว้ว่า AI เป็นแค่ผู้ช่วย ไม่ใช่เจ้าของบทความ
บางทีเราก็ตัน คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี หรือจะเริ่มต้นตรงไหน AI ช่วยได้เยอะเลย ลองถาม AI ว่า "หัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับ [เรื่องที่เราจะเขียน] มีอะไรบ้าง" หรือ "outline ของบทความ [ชื่อบทความ] ควรเป็นยังไง" แล้วเอาไอเดียที่ได้มาปรับปรุงต่อยอด
สมัยก่อนตอนทำ SiamCafe Blog นี่ต้องนั่งระดมสมองกับทีมงานกันนานกว่าจะได้หัวข้อดีๆ สักอัน เดี๋ยวนี้ AI ช่วยย่นเวลาไปเยอะ
AI มักจะเขียนด้วยสำนวนที่เป็นกลางๆ ไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ ถ้าอยากให้บทความมีสไตล์ของเราเอง ต้องปรับแก้สำนวนให้เป็นภาษาที่เราใช้จริงๆ เพิ่มคำศัพท์ที่เราชอบใช้ หรือใส่ลูกเล่นทางภาษาเข้าไป
ลองนึกภาพว่าเรากำลังเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง แล้วเขียนออกมาแบบนั้น จะช่วยให้บทความดูเป็นกันเองและน่าอ่านมากขึ้น
AI แต่ละตัวก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป บางตัวเก่งเรื่องการหาข้อมูล บางตัวเก่งเรื่องการเขียน บางตัวเก่งเรื่องการแปล ลองใช้ AI หลายๆ ตัว แล้วดูว่าตัวไหนตอบโจทย์เรามากที่สุด
เหมือนตอนเลือกซื้อเครื่องมือช่างนั่นแหละ ลองจับลองใช้ดู แล้วเลือกอันที่ถนัดมือที่สุด
ผมว่าไม่น่าจะแย่งได้ทั้งหมดนะ งานเขียนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูงๆ หรือต้องมีประสบการณ์เฉพาะทาง AI ยังทำได้ไม่ดีเท่าคน แต่ AI จะช่วยให้งานเขียนบางอย่างง่ายขึ้นและเร็วขึ้น เช่น การเขียนข่าวสั้นๆ หรือการสรุปเนื้อหา
AI เหมาะกับงานเขียนที่เน้นข้อมูลและข้อเท็จจริง เช่น ข่าว รายงาน บทความวิชาการ แต่ถ้าเป็นงานเขียนที่เน้นอารมณ์ ความรู้สึก หรือความคิดสร้างสรรค์ เช่น นิยาย บทกวี AI อาจจะยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ต้องอ่านและวิเคราะห์อย่างละเอียดครับ ดูว่าข้อมูลถูกต้องไหม ภาษาเป็นธรรมชาติไหม เนื้อหาครบถ้วนไหม ที่สำคัญคือต้องดูว่าบทความนั้นมี "คุณค่า" หรือไม่ สามารถให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านได้จริงหรือไม่
AI แปลภาษาได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาษาที่มีความซับซ้อน เช่น ภาษาไทย ดังนั้นควรตรวจทานการแปลของ AI เสมอ โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทางหรือสำนวนภาษา
มีหลายตัวเลยครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ถ้าต้องการหาไอเดีย ลองใช้พวก AI brainstorming tools ถ้าต้องการเขียนบทความ ลองใช้พวก AI writing assistants แต่ถ้าต้องการปรับปรุง SEO ลองใช้พวก AI SEO tools ลองศึกษาดูครับว่าตัวไหนเหมาะกับงานของเรา
AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับคนทำงานเขียน แต่เราต้องใช้มันอย่างชาญฉลาด อย่าเชื่อ AI 100% ต้องตรวจทานข้อมูล ปรับแก้สำนวน และใช้ AI เป็นแค่ผู้ช่วยในการทำงานเท่านั้น ถ้าทำได้แบบนี้ AI จะช่วยให้เราทำงานเขียนได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างสรรค์ผลงานที่ดียิ่งขึ้น
สนใจเรื่อง Forex ลองดู iCafeForex นะครับ